เมืองไทยไม่มีทางเปลี่ยน

20160101_175355เคยได้ยินคนเคยกล่าวไว้ว่า ประเทศไทยเรานี้ อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เมืองไทยน่าจะพัฒนาเท่าเทียมกับประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายในโลกนี้อย่างแน่นอน ถ้าเพียงเสียแต่ว่าประเทศนี้ ไม่มีคนไทย !! เพราะคนไทยมีนิสัยอย่างที่รู้ๆ กัน และมีผู้เขียนไว้มากแล้วเช่น

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/04/X6504982/X6504982.html

http://www.pattanakit.net/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=53

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/536679

ก่อนอื่นเรามานิยามความเจริญของประเทศกันก่อน

ประเทศที่เจริญแล้ว เขาเป็นอย่างไร

เท่าที่ไปเห็นมา ก็คือผู้คนในสังคม ไม่ว่าจะทำงานอาชีพใด ก็จะมีรายได้พอเพียงต่อการดำรงชีวิตเท่าเทียมกัน เช่นคนเก็บขยะ ในเมื่อมันเป็นงานน่ารังเกียจไม่อยากมีใครทำ ดังนั้นต้องให้ค่าจ้างเขาแพงๆ เพื่อให้เขายอมทำงานสกปรกนี้ และฐานะทางสังคมของเขาก็เท่าเทียมกับคนอาชีพอื่น เมื่อขับรถขยะผ่านไปเก็บขยะบ้านใคร ก็สามารถทักทายเจ้าของบ้านได้เหมือนเป็นเพื่อนกัน

ช่างประปา ก็คิดค่าจ้างซ่อมก๊อกน้ำในราคาสูงลิ่ว ช่างทาสีค่าตัวก็แสนแพง ด้วยเหตุนี้ประชาชนในประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย ก็มักจะต้องทาสีบ้าน ซ่อมท่อประปากันเอง เพราะถ้าจ้างช่างมาก็จะเสียเงินแพงมาก

ระบบระเบียบในสังคมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนในประเทศพัฒนาแล้วต้องยอมอยู่ในกรอบเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์ของผู้อื่น เช่นบ้านเรือนของเราต้องรักษาสภาพให้เรียบร้อย ไม่ผุพัง สนามหญ้าหน้าบ้านต้องตัดเรียบเป็นที่เจริญหูเจริญตาของเพื่อนบ้าน ห้ามตากผ้าเอาไว้หน้าบ้านให้เป็นมลพิษทางสายตา ห้ามจอดรถยางแตกทิ้งไว้บนพุตปาธนานแรมปีแรมเดือน ไม่งั้นเพื่อนบ้านจะโทรแจ้งตำรวจมาจัดการลากรถเราไปทิ้งพร้อมส่งใบสั่งมาคิดค่าปรับราคาแพงหูฉี่ อยากจะฉลองวันเกิดหรืองานแต่งงาน ต้องไปขออนุญาตเทศบาลให้เรียบร้อยและห้ามเปิดเพลงดังลั่นเกินเวลา 4 ทุ่ม ไม่งั้นตำรวจก็มาเคาะประตูบ้าน

เวลาขับรถขับรา ต้องระมัดระวังรักษากฎจราจรให้เคร่งครัด หากมีป้ายกำหนดความเร็วเอาไว้ ต้องขับด้วยความเร็วภายในกำหนด หรือเกินได้ก็นิดหน่อย และเมื่อเข้าเขตโรงเรียน จะมีป้ายบอก ต้องชลอความเร็วเหลือแค่ 40 และพอเห็นทางม้าลายข้างหน้ามีคนเพิ่งจะก้าวเท้าย่างลงไปบนพื้นถนน จะต้องเบรคทันทีเพื่อให้เขาข้ามไปอย่างสบายใจ

มีนัดหมายกับใครต้องไปให้ตรงเวลา หากไปสาย 5 นาทีเขาจะไม่รอเราแล้ว นัดหมายทั้งหลายเป็นอันยกเลิก ธุรกิจล้มเหลวเพื่อนฝูงไม่คบหากไม่ตรงเวลา

จอดรถริมถนนที่มีป้ายระบุเวลาว่าให้จอดได้ไม่เกินกี่นาที หากเกินจากนั้นจะมีพนักงานมาเดินตรวจและขีดสีช๊อคไว้บนยางรถเรา เมื่อเขากลับมาอีกทีจำได้ว่าไอ้รถคันนี้มันจอดเกินเวลาไปแล้วจะเขียนใบสั่งติดไว้หน้ารถทันที และหากไม่ไปจ่ายค่าปรับตามใบสั่งก็จะเชื่อมข้อมูลไปที่กรมการขนส่ง ไม่ต่อทะเบียนรถให้ด้วย

ถ้าขับรถไปงานเลี้ยงที่มีการดื่มสุรา ต้องพาแฟนไปด้วย ขากลับจะได้ไม่ต้องขับเอง เพราะจะเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ และไม่สามารถยัดสินบนได้ อาจถูกยึดใบขับขี่ตลอดชีวิต หากขับเจอด่านแล้วแน่ใจว่าตรวจแอลกอฮอล์ไม่ผ่านแน่ ต้องจอดข้างทางนอนในรถไปเลยเพราะไม่มีทางผ่านได้แน่นอน

และหากใครมีใจรักอยากจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ก็จะต้องดูแลมันให้ดี ไม่ให้มันออกมาเพ่นพ่านสร้างปัญหาความสกปรกให้กับท้องถนน หากมันปล่อยอะไรสกปรกเวลาพาเดินเล่นตามสวนสาธารณะ เจ้าของก็จะต้องเก็บนำไปทิ้งให้เรียบร้อย หากสัตว์เลี้ยงตัวใดพลัดหลงหรือถูกเจ้าของทอดทิ้ง เทศบาลก็จะไม่ปล่อยให้มันร่อนเร่พเนจรได้รับความทุกข์ทรมาน แต่จะมาเก็บไปไว้ที่บ้านพักชั่วคราวจนกว่าจะมีคนมารับไปอุปการะ

แต่คนไทยเปลี่ยนแปลงได้

เป็นที่น่าแปลก ในประเทศไทยนั้น คนไทยดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกคนยังคงทำตามที่เคยชิน แหกกฎ แหกระเบียบ ไม่รักษาเวลา ไม่สนใจสิทธิของคนอื่น กระทำละเมิดผู้อื่นได้ถือว่าได้เปรียบ ยิ่งทำได้ยิ่งดี

แต่เมื่อคนไทยไปอาศัยในประเทศที่พัฒนาแล้ว คนไทยทั้งหลายกลับกลายเป็นประชาชนที่เชื่อฟังกฎหมาย (law abiding citizen) เพราะกฎหมายของเขาเอาจริง ถูกปรับจริง ถูกยึดใบขับขี่จริง ถูกขังคุกจริง

ก็ไม่ได้กล่าวหาว่าเมืองไทยนั้นไม่ปรับจริง ไม่ยึดจริง ไม่ขังคุกจริง แต่พวกความผิดด้านจราจรเรามักจะหาทางเลี่ยงกันได้ ก็เลยไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมาย

จะคอยดูเหมือนกัน ว่าดีเจเก่งจะถูกอาญาแผ่นดินสักเพียงใด เพราะเห็นสารภาพสำนึกผิดด้วยน้ำตา แค่นี้ก็ยกโทษให้หมดแล้วกระมัง

และพวกชอบละเมิดสิทธิของคนอื่นก็ไม่มีใครเอาจริงเอาจังกันในเมืองไทย ปล่อยให้จอดรถกันเกะกะกีดขวางเส้นทาง ขับรถย้อนศร เปิดเพลงจัดงานเลี้ยงเสียงดังลั่นไปทั้งหมู่บ้าน ไม่สนใจว่าจะดึกดื่นขนาดไหน ชาวบ้านที่รำคาญก็โทรไปแจ้งสถานีตำรวจก็ไม่มีตำรวจมา พอถึงฤดูหนาวก็จุดไฟเผาเศษไม้สร้างควันไปทั่วเพื่อไล่ยุง ไม่สนว่าใครจะเป็นหอบ ใครจะเหม็น ทิ้งขยะกันเกลื่อนตันท่อระบายน้ำ สร้างบ้านซ่อมบ้าน ก็โยนเศษอิฐเศษหินเศษปูนไว้ตามพื้นที่ว่างในซอย ไม่รู้ละว่าเป็นที่ของใคร

ส่วนนิสัยคนไทยที่รักและเมตตาต่อสัตว์ ก็ทำให้บ้านเมืองแสนสกปรก เต็มไปด้วยมูลของสุนัขทุกตรอกซอกซอย สัตว์ร่อนเร่จรจัดมีทุกหนแห่ง แต่มีคนเลี้ยงมันทุกหนแห่งเช่นกัน เราแทบไม่เห็นสุนัขอดอยากในย่านกลางเมือง

เรื่องพวกนี้ไม่รู้ว่าเรามีสำนักงานเขตกันไว้ทำไม ไม่เห็นจะมาดูแลอะไร

แต่ในเมื่อเรามีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าคนไทยนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากมีการรักษากฎระเบียบให้เคร่งครัด ห้ามอะไรห้ามจริง ทำผิดอะไรทำโทษจริง หากจะให้เมืองไทยมีพัฒนาการไปสู่ประเทศอันเจริญ ก็ควรมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง โดยเริ่มที่ผู้รักษากฎหมาย ทั้งนี้ก่อนที่รัฐบาล คสช. จะเข้ามาบริหารประเทศ ก็ได้มีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรบางองค์กร แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แสดงว่าใหญ่จริง ไม่มีใครกล้าแตะ

ความน่าจะเป็น

ถึงแม้ว่าคนไทยจะมีความสามารถเปลี่ยนแปลงปรับตัวตามกฎหมายที่บังคับใช้อย่างเคร่งครัดได้ก็จริง แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นนั้น

เราคงยังอยากจะขับรถด้วยความเร็วไม่จำกัดเพราะปกติรถมันติดแสนสาหัส ถ้าวันไหนถนนโล่งเราก็อยากจะทดสอบสมรรถนะของรถเราบ้าง เราไม่อยากจะต้องขนอิฐปูนที่รื้อจากการซ่อมแซมบ้านแล้วต้องจ้างรถมาขนไปทิ้งที่เทศบาลจัดไว้ให้ เราคงไม่อยากจะต้องเก็บก้อนระเบิดของน้องหมาที่เราพาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ เรายังอยากเปิดเพลงร้องคาราโอเกะกันตามบ้าน ปาร์ตี้กันจนตี 1 ตี 2 เรายังอยากขับรถกลับไปนอนบ้านหลังจากเลิกงานปาร์ตี้ที่บ้านเพื่อนแม้จะดื่มไปหลายขวด เพราะไม่ว่าเราจะเมาแค่ไหนเราก็ขับรถได้ไม่มีปัญหา

เราถือว่าการถูกตำรวจเรียกแจกใบสั่งเป็นเพียงความไม่สะดวกชั่วครั้งชั่วคราว (Inconvenience) หรือเป็นเพราะโชคไม่ดี ทำผิดโดยผิดจังหวะ และแม้กระนั้นเราก็ยังคาดว่าเมื่อตำรวจเรียกแล้วเราจะเจรจาให้เขารับค่าลิโพจากเราแลกกับการไม่เขียนใบสั่งได้

ในด้านโครงสร้างทางสังคม เราก็ไม่อยากจะต้องจ้างช่างทาสีหรือช่างประปาในราคาแพงๆ และเราก็ไม่อยากจะทาสีบ้านเอง เราต้องการให้พนักงานที่ให้บริการกับเราต้องนอบน้อมถ่อมตน คนเก็บขยะก็ต้องเป็นคนเก็บขยะ  อย่ามาตีตนเสมอเจ้าของขยะ พนักงานเสริฟต้องฟังคำสั่งเราทุกอย่าง ลูกน้องต้องทำตามคำสั่งโดยไม่ต้องโต้เถียง พนักงานรับรถตามลานจอดในร้านอาหารต้องไหว้ขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับเงิน 20 บาทที่เรายื่นให้อย่างไม่เต็มใจนัก

เรายังอยากได้เงินแจกฟรีจากสวัสดิการของรัฐโดยไม่สนใจว่านักการเมืองจะถลุงงบประมาณจากภาษีของเราอย่างไร เพราะเราก็หนีภาษีกันอยู่แล้ว มีแต่พวกข้าราชการกับลูกจ้างบริษัทเท่านั้นแหละที่เสียภาษีเต็มที่ และเราก็ยังซื้อเหล้าไวน์หนีภาษีเพราะมันถูกกว่า เรื่องอะไรจะซื้อของแพง มีที่ไหนเก็บภาษีไวน์แพงขนาดนี้

ดังนั้นประเทศไทยของเราก็ยังคงเป็นประเทศไทยที่มีคนไทยอาศัยอยู่ และเป็นเมืองที่ผู้คนทำอะไรได้ตามใจคือไทยแท้

ฝรั่งจำนวนปีละเป็นล้านๆคนยังอยากมาเที่ยวเมืองไทย มาลองเป็นคนไทยชั่วคราวกันอยู่เลย

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s