เคาต์ดาวน์ที่เอเชียติค

เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2557 ผมได้มีโอกาสไปร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ที่เอเชียติค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) อันยิ่งใหญ่ ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ผ่านโทรทัศน์ช่อง 3 และรอยเตอร์ จึงขอนำประสบการณ์ในการเดินทางเข้าร่วมงานที่มีผู้คนนับแสนมุ่งเข้าไปสู่พื้นที่เดียวกัน และการยืนชมคอนเสิร์ตแบบที่ไม่ได้ทำมานานแสนนานแล้ว มาเล่าสู่กันฟัง

เริ่มจากขาไป

ผมขับรถไปจอดลานจอดที่สถานี BTS หมอชิต นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีตากสิน จากนั้นคิดว่าจะลงเรือบริการฟรีของ Asiatique แต่เห็นผู้คนที่ลงมาจากรถไฟฟ้าแล้วคาดว่า คงไม่ได้ลงเรือแน่นอน จึงตัดสินใจเดินตามถนนเจริญกรุงไปเรื่อยๆ ซึ่งก็มีผู้คนเดินไปด้วยกันมากมายล้นหลาม เราต้องผ่านสิ่งกีดขวางมากมาย ทั้งถนนที่มีขุดท่อ ซ่อมแซมทางเท้า ร่องหลุม รากไม้ สายไฟ ตลอดจนรถเข็นขายอาหาร ปลาหมึกย่าง กระเพาะปลา ลูกชิ้นปิ้ง ผัดไทย รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางที่ตั้งโต๊ะบริการลูกค้าบนทางเท้า ทำให้เราต้องลงไปเดินบนถนนหลายต่อหลายครั้ง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงถึงเอเชียติค

ต้องไปเดินเอง จึงจะได้รับรสชาติบรรยากาศทุกโสตประสาท ทั้งกลิ่นขยะ กลิ่นควันไอเสีย กลิ่นน้ำในคลองระบายน้ำ กลิ่นอาหารทะเลที่เพิ่งขึ้นมาจากเรือแถบยานนาวา กลิ่นอาหารจากรถเข็นสารพัดชนิด และกลิ่นควันกัญชาลอยมาจากผู้คนที่เดินร่วมทาง

คอนเสิร์ต

เมื่อไปถึงก็เดินผ่านซุ้มตรวจโลหะเข้าสู่ด้านหน้าเวที มีวัยรุ่นน้อยใหญ่แออัดกันอยู่มากมาย ต้องเดินแทรกผู้คนเข้าไป ให้ความรู้สึกเดียวกับตอนไปร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่ผู้คนที่นี่ ไม่ได้มีหลากหลายวัยเหมือนเวทีชุมนุม เพราะมีแต่วัยเรียนประมาณมัธยมต้น ไปจนถึงมหาวิทยาลัย ส่วนรุ่นที่จะหน้าตาอายุไล่เลี่ยกับผมแทบจะหาไม่เจอสักคน มองไปมองมาก็มีเราคนเดียวนั่นแล

ในวันนี้ได้ฟังเพลงถูกใจหลายเพลง ทั้งเพลงเก่าๆ ของทาท่ายัง ที่แม้เธอจะเติบโตกว่าเมื่อตอนเพลง “โอ๊ะโอ๊ย” ของเธอกำลังดัง แต่ก็ดึงความรู้สึกเมื่อตอนลูกคนโตเพิ่งจะหัดเดินและชอบฟังเพลงนี้มาก ให้กลับมานึกถึงยามนั้นได้

อีกวงที่เพิ่งจะเคยดูเคยฟัง แต่ชื่นชอบพวกเธอมากก็คือ New-Jiew เป็นนักร้องสาว 2 คน ร้องประสานเสียงกันตลอดเพลง และทุกเพลง ลีลาท่าเต้นสนุกสนาน มีทักษะในการเอ็นเตอร์เทนพูดคุยกับคนดู มีทั้งเพลงช้าๆ ที่ไพเราะ และเพลงเร็วสนุกสนาน ถือว่าเป็นศิลปินที่มีคุณภาพอีกคู่หนึ่งของเมืองไทย

ผู้ชมคอนเสิร์ตนับหมื่น

ถ่ายทอดสด

และแล้วเราก็ได้ชมความเป็นมืออาชีพของทั้งพิธีกรบนเวที และทีมงานถ่ายทอดสด โดยพิธีกรจะมาตกลงขั้นตอนกับผู้ชมคอนเสิร์ตก่อน และเมื่อเข้าสู่การถ่ายทอดสด ทั้งคู่ก็พูดได้คล่องแคล่วอย่างไม่ติดขัด เรามองไปด้านหลังจะพบกองทัพทีมงานพร้อมอุปกรณ์ควบคุมเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน บนเวทีมีแสงเสียงประกอบฉากงดงามตระการตา เสียงดนตรีกระหึ่มก้อง ผู้ชมโยกตัวตามจังหวะ และส่งเสียงกรี๊ด หรือร้องเพลงตามศิลปินที่ชื่นชอบกันเต็มที่

และเมื่อถึงเวลานับถอยหลัง (countdown) ทุกคนก็พร้อมใจกันนับ 10, 9, 8, 7…. แล้วพลุจำนวนมหาศาลก็ถูกจุดขึ้น สร้างความสวยงามบนท้องฟ้าเป็นเวลานาน สาวๆ วัยรุ่นส่งเสียงกรี๊ดร้องเรียกพลุ “มาอีกๆๆๆ”

พลุฉลองปีใหม่ และเวทีคอนเสิร์ต

เดินทางกลับทุลักทุเล

แน่นอน เราทำใจไว้แต่แรกแล้ว ว่าขากลับเราจะต้องพบความยากลำบาก เพราะผู้คนจำนวนมาก ต้องการกลับบ้านพร้อมๆ กัน แม้เราจะกลับก่อนคอนเสิร์ตเลิก แต่ว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายๆ คน จะต้องรีบกลับไปให้ทันรถไฟฟ้า BTS ซึ่งหยุดให้บริการเวลา 02.00 น.

ทางเอเชียติคเขามีบริการเรือรับส่งจากสะพานตากสิน ในเมื่อขามาเราเดินมา และยืนชมคอนเสิร์ตจนเมื่อยแล้ว เราก็เลยจะขึ้นเรือกลับ แม้ว่าเมื่อเห็นจำนวนฝูงชนที่ออเบียดเสียดรอขึ้นเรือกันอยู่ เราก็เกือบจะถอดใจ กำลังคิดว่าจะออกไปด้านหน้าริมถนน แล้วหารถเมล์หรืออย่างไร ก็พอดีแถวผู้คนเริ่มขยับ เราก็เลยต่อแถวออกันเข้าไปเรื่อยๆ มันไม่สามารถเรียกว่าเข้าคิวได้แล้ว เพราะเป็นกลุ่มผู้คนที่ถูกผลักดันกันไปเรื่อยๆ ตามแนวรั้วเหล็กที่นำมากั้นเป็นทางเดินไปท่าเรือ

เคยได้ยินข่าวเรื่องโป๊ะล่ม ก็ให้หวาดเสียวว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งที่ท่าเรือเอเชียติคหรือนี่ แต่ก็เห็นผู้คนจำนวนมาก ก็ยังยืนหยัดเบียดเสียดจะไปลงเรือให้ได้ ยังดีที่คืนนี้อากาศเย็นสบาย แต่ในกลุ่มคนเบียดเสียดแออัด ก็ทำให้ร้อนได้ไม่น้อย

ในที่สุดเราก็ถูกผลักมาอยู่แถวหน้าจ่ออยู่ตรงทางลงโป๊ะท่าเรือ แต่เหตุใด แถวผู้คนอีกด้าน จึงได้ลงเรืออยู่ฝ่ายเดียว ส่วนที่เราออกัน รออยู่ กลับมีเชือกกั้นไม่ให้ลงไปเสียที จนฝั่งนั้นเขาได้ลงเรือไป 3 รอบแล้ว ในที่สุดเมื่อสอบถามพนักงาน จึงทราบว่า แถวที่เรากำลังรออยู่นั้น สำหรับรอเรือบริการฟรี ต้องรอก่อน ถ้าจะลงไปเลย ต้องขึ้นเรือที่เสียเงิน 20 บาท

แหมเว้ยยยย!!! คนมาเที่ยวเอเชียติค สถานที่ไฮโซ สุดหรู จะไม่มีเงินจ่ายค่าเรือ 20 บาทเชียวหรือ

ถ้าเอ็งบอกเสียแต่แรก ข้าก็จะลงเรือไปตั้งแต่รอบที่ 2 นั่นแล้ว นี่รอเขาไปสามรอบ เพื่อรอให้รู้ว่า ถ้าจะไปเลย ต้องจ่าย 20 บาท เออว่ะ ข้ามีเงินจ่าย ว่าแล้วก็ลงเรือไป

เรือไปถึงท่าสะพานตากสินตี 2 พอดิบพอดี ไปถึงสถานีรถไฟฟ้า เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ต้องขึ้นบันไดไปให้เมื่อย เพราะเขาปิดจำหน่ายตั๋วแล้ว ถ้าใครมีตั๋วอยู่แล้ว สามารถขึ้นไปได้!! คนบ้านนอกอย่างเรา ไม่มีตั๋วล่วงหน้า จึงจำเดินออกไปถนนเจริญกรุง พอดีเจอรถเมล์สาย 77 ขึ้นไปยืนเบียดโหนโยกซ้ายขวาหน้าหลังจนถึงหมอชิต ไปเอารถขับกลับบ้านถึงบ้าน 03.20 น.

สรุปว่า แม้จะลำบากในการเดินทางและเสี่ยงชีวิตสักนิดหน่อย แต่หากชมการถ่ายทอดอยู่ทางโทรทัศน์ที่บ้าน ต่อให้ใช้ทีวีจอยักษ์ขนาดไหน ก็ไม่ได้บรรยากาศเทียบเท่าไปชมกับตาตัวเอง

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Entertainment และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s