ไปร่วมชุมนุมก็ไม่ใช่ง่าย

IMAG1601การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาหลายๆ ครั้งในอดีต มีบางครั้งที่ผมก็อยากจะไปร่วมแต่ก็ไม่เคยตัดสินใจออกไปร่วมชุมนุมกับเขาเลยสักครั้ง แต่ในปี 2556 นี้ เกิดกระแสผลักดันอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้แม้นักบ่นด้วยแป้นคีย์บอร์ดอย่างผมสามารถบังคับตัวเองให้ลุกออกจากบ้านไปร่วมสังฆกรรมกับเขาได้ นั่นคือกระแสมวลมหาประชาชน กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จนผมได้ไปร่วมเป่านกหวีดแล้วถึง 4 ครั้ง

ครั้งแรกไปสังเกตุการณ์ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แค่เป็นช่วงเย็นๆ อยู่สักพักก็กลับ ครั้งที่สอง ไปถวายพระพร ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เสร็จพิธีก็กลับ ครั้งที่ 3 เมื่อชุมนุมใหญ่ 9 ธ.ค. 2556 และครั้งล่าสุด 22 ธ.ค. 2556 ผมไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

สำหรับเรื่องบ่นในบทความครั้งนี้ ไม่ใช่จะกล่าวถึงประเด็นการเมืองว่าใครถูกใครผิด หรือว่าควรหรือไม่ควรจะไปร่วมชุมนุม หรือว่านายกรัฐมนตรีรักษาการควรจะลาออกหรือไม่ หรือควรจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 หรือไม่ แต่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงของผู้ร่วมชุมนุมชาวกรุงเทพฯ คนหนึ่ง

สรุปเส้นทางการร่วมชุมนุมของผม

เริ่มจากขับรถออกจากบ้านก่อน 11 โมง ไปจอดไว้ที่ห้างบิ๊กซี รามอินทรา แล้วมาคอยรถเมล์หน้าห้าง ขึ้น ปอ. 26 มาได้ถึงแยกรัชโยธิน รถติดมาก คนขับบอกว่าให้ลงเดินไปดีกว่า เพราะเขาจะกลับรถแล้ว ไปต่อไม่ได้ จากนั้นผมเดินไปจนถึงลาดพร้าว ข้ามสะพานลอยหน้าห้างยูเนียน ไปฝั่งห้างเซ็นทรัล ไปขึ้นรถใต้ดิน เพื่อจะไปสถานีหมอชิต แต่ขึ้นผิดด้าน ไปโผล่สถานีลาดพร้าว ย้อนกลับมา

จากหมอชิต ขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไปอนุสาวรีย์ชัยฯ ผู้คนเบียดเสียดมากมาย ออกมาได้ก็ไหลตามผู้คนไปบนทางเดินลอยฟ้า จนถึงห้าง Victory หลบเข้าไปหาอาหารกลางวันกิน

เสร็จแล้วออกมานั่งฟังปราศรัย รอไม่นาน กำนันสุเทพก็มาถึง และปราศรัยแล้วก็ย้ายไปเวทีอื่นต่อ ผู้คนจำนวนมากก็รู้สึกว่าถึงไคลแม๊กซ์แล้ว จึงเริ่มเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้า ผมเห็นว่าผู้คนกลับพร้อมกันมากมาย จึงเดินเถลไถลไปก่อน จนเพื่อนโทรตามไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วเดินไปสถานีสนามเป้า เพื่อให้มีคนแย่งขึ้นรถไฟฟ้าน้อยหน่อย กลับไปถึงสถานีหมอชิต

จากสถานีหมอชิต ผู้คนรอรถเมล์รถแท๊กซี่มากมายจนไม่มีรถจะให้ขึ้น เลยพากันเดินไปลาดพร้าว มีผู้คนเดินไปด้วยกันมากมาย ถึงห้าแยกลาดพร้าว มีรถบรรทุกของ กปปส. ตั้งเวทีอยู่กลางแยก เลยพักเหนื่อยฟังสักครู่ แล้วเดินไปหน้าห้างเซ็นทรัล เพื่อหารถเมล์กลับบ้าน ในที่สุดก็ได้รถ ปอ. 39 ไปต่อรถตู้ที่วัดพระศรีฯ ไปเอารถที่บิ๊กซี กลับบ้านโดยอ่อนเพลียเมื่อเวลา 21.00 น.

จะเห็นว่าเฉพาะเรื่องเดินทางไป – กลับ ธรรมดาๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ว แต่ยังมีเรื่องให้บ่นมากกว่านี้อีก

รถเมล์กรุงเทพฯ

ผมไม่ค่อยได้ใช้บริการขนส่งมวลชนบ่อยนัก แต่เมื่อได้มานั่งรถเมล์ในยุค กปปส. นี้แล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้นจากเมื่อสมัยเป็นนักเรียนมัธยมเลยแม้แต่น้อย

รถเมล์หลายต่อหลายคัน วิ่งเลยไปไม่คิดจะจอดรับผู้โดยสาร แม้แต่รถปรับอากาศ ก็ขับกระโชกกระชาก หัวทิ่มหัวตำ โยกซ้ายโยกขวา ถ้าหากประเทศไทยได้รับการปฏิรูปการเมืองเสร็จเมื่อไร ภารกิจต่อไปก็น่าจะปฏิรูป ขสมก. ด้วย

รถไฟฟ้า BTS และรถใต้ดิน MRT

เบียดเสียดแทบเหยียบกันตายที่สถานี BTS

จุดชุมนุมใหญ่ๆ ในวันที่ 22 ธ.ค. นี้ แกนนำ กปปส. ได้วางแผนให้เดินทางถึงกันได้ง่ายด้วยระบบรถไฟฟ้า BTS และ MRT แทนที่บริษัททั้งสองจะเห็นความจำเป็นในการถ่ายเทผู้โดยสารเข้าและออกจากสถานีอย่างรวดเร็วและปลอดภัย กลับเห็นเป็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากผู้คนจำนวนมหาศาลที่จะมาใช้บริการ เราจึงได้เห็นผู้คนต้องแออัดยัดเยียดอยู่ในสถานี จนแทบจะเหยียบกันตาย

เหตุใดเขาจึงไม่เปิดบริการฟรี เฉพาะวันนี้ หรือแค่ช่วงบ่ายวันนี้ อย่างที่ด่านเก็บเงินทางด่วนทั้งหลาย เขางดเก็บค่าบริการ ในช่วงปีใหม่และสงกรานต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องเดินทาง

หรืออย่างน้อยก็ควรจะปรับระบบการซื้อตั๋ว จ่ายเงิน และการผ่านช่องทางเข้าชานชาลา ให้ง่ายขึ้น แม้ผมจะเห็นสถานี BTS ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ตั้งโต๊ะเก็บเงินให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้ซื้อตั๋วมาจากต้นทางหมอชิต แต่ก็ทำช้าไป และมีเพียงโต๊ะเดียว นี่ถ้าเกิดมีอะไรทำให้ผู้คนตกใจ จะต้องเกิดการเหยียบกันตายขึ้นภายในสถานีรถไฟฟ้า แล้วก็คงจะปัดความรับผิดชอบมาที่กำนันสุเทพอีกเป็นแน่

ช่างเห็นแก่ตัว และขาดความรับผิดชอบสิ้นดี

ค่าใช้จ่าย

นี่คงไม่ใช่เรื่องบ่น แต่เป็นข้อสังเกตุที่แม้แต่กำนันสุเทพก็มองเห็นมานานแล้ว ว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ ส่วนมากมาด้วยอุดมการณ์และปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในแนวทางอันนี้ และเป็นผู้คนหลากหลายสถานะและอาชีพ แต่มีกำลังทรัพย์ในการจับจ่ายซื้อของแน่นอน ท่านจึงประกาศให้ร้านค้าทั้งหลายเปิดบริการได้ตามปกติ

แม้เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าม๊อบไหนๆ ก็ต้องมีมวลชนกะเกณฑ์มากันอยู่แล้ว แต่ม๊อบคราวนี้ส่วนใหญ่ เป็นประชาชนที่ตัดสินใจมาร่วมด้วยตนเอง แต่ละคนต้องใช้จ่ายโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท ทั้งค่ารถเมล์ รถไฟฟ้า ค่าอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนอุปกรณ์ตกแต่งร่างกาย ทั้งสายคล้องนกหวีด ผ้ารัดมือ หมวก ร่ม ธงชาติ มือตบ โบว์ติดผม ฯลฯ

จะเห็นได้ว่า จะไปร่วมชุมนุมเป็นม๊อบ กินนอนอยู่กลางถนน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

แต่ก็ยังมีคนไปกันเป็นแสนๆ !!! เพราะอะไร???

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Life และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s