1 เดือนสภาคณาจารย์ทำอะไรไปมั่ง

ไปสัมมนาที่หาดใหญ่

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาคณาจารย์ รุ่นที่ 3 และได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม ดังนั้น บัดนี้ก็ได้เวลาครบ 1 เดือนของการที่ผมได้เป็นกรรมการสภาคณาจารย์มาหลายวันแล้ว จึงสมควรจะรายงานความคืบหน้าของการปฏิบัติหน้าที่ในเดือนแรกนี้ ให้สาธารณชนได้รับทราบ

[tweet https://twitter.com/dr_charoen/status/349839734660542465]

ประชุมกรรมการนัดแรก

ตามข้อบังคับฯ เมื่อได้คณะกรรมการครบแล้วแต่ยังไม่มีประธาน ท่านอธิการบดีจะเป็นผู้เรียกประชุมเพื่อให้คณะกรรมการได้เลือกประธานสภาคณาจารย์ ดังนั้นในวันที่ 10 ก.ค. 56 เวลา 15.30 น. ได้มีการประชุมสภาคณาจารย์ขึ้น และผมก็เสนอตัวสมัครรับเลือกเป็นประธานสภาพร้อมกับสมาชิกอีก 3 ท่าน

ในการเลือกประธานสภาครั้งนี้ จึงทำให้ผมทราบว่า ไม่มีใครพูดความจริงกับผมสักคน เพราะผู้สมัครบางท่านที่ผมได้โทรศัพท์ปรึกษาหารือไว้ก่อน ว่าถ้าพี่เขามีเสียงสนับสนุนมากแล้วก็ขอให้บอก ผมจะได้ไม่ลงสมัคร หรือว่าเขาจะเทเสียงกลุ่มเขามาให้ผมก็ยิ่งดี เขาก็บอกว่าเราต่างคนต่างลงก็แล้วกัน แต่ครั้นพอถึงเวลาเลือกตั้ง เขากลับไม่ลงสมัคร

ส่วนพี่อีกคนก็บอกว่า โอ๊ย มีคนโทรมาขอเสียงพี่เยอะแยะไปหมด ปวดหัวจะแย่แล้ว ไม่รู้จะเลือกใคร แต่ในวันประชุม ท่านกลับลงสมัครเสียเอง

ส่วนผมเองก็ได้เสียงสนับสนุนเพียงนิดเดียว นัยว่าเขาจับทีมกันไว้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เราได้เป็นประธาน ทั้งนี้เพราะเคืองที่ผมเคยได้ปรามาสไว้ว่ากรรมการสภาชุดเก่าไม่เห็นมีผลงานอะไร ก็สมควรแล้วที่เขาจะพากันบอยคอต เรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริงเราท่านคงไม่รู้แน่ชัด แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของการเลือกตั้งทั้งหลาย ที่จะต้องมีการล้อบบี้กันก่อนทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้สนใจตำแหน่งอันใดนักหนา เพียงแต่แปลกใจว่าคนเราทำไมพูดกันตรงๆ ไม่ได้ หรือว่าตำแหน่งนี้มันมีความสำคัญกับใครนักหนาถึงกับต้องใช้วิธีลับลวงพรางเพื่อไม่ให้พลาดผิดฝาผิดตัวไปได้เป็นอันขาด

จัดทำเว็บไซต์

นอกจากเลือกประธาน รองประธาน และเลขาธิการแล้ว ในการประชุมเรายังมีการแบ่งงานเป็นคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ โดยผมได้ร่วมอยู่ในงานประชาสัมพันธ์ และแน่นอน เรื่องที่ถนัดคือการทำเว็บไซต์ เมื่อได้รับไฟเขียวจึงไม่รอช้า รีบประสานงานไปยังสำนักสารสนเทศ ขอเปิดระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ใหม่ ใน address เดิม คือ http://www.senate.rmutt.ac.th จากนั้นก็ลอกข้อมูลมาจากเว็บเดิม และเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ จัดหน้าตาเว็บ ตกแต่งนิดๆ หน่อยๆ จนเสร็จเมื่อวันที่ 20 ก.ค.

นอกจากนั้นทีมงานประชาสัมพันธ์เรายังสร้าง facebook fanpage สำหรับสื่อสารกับสาธารณะ และกลุ่ม facebook สำหรับสื่อสารกันเองระหว่างสมาชิกอีกด้วย

จัดสัมมนาและศึกษาดูงาน จ. สงขลา

พอดีสภาคณาจารย์ชุดที่ 2 ได้หมดวาระลง และคาบเกี่ยวช่วงเวลาในการเลือกตั้งกรรมการชุดที่ 3 ทำให้งบประมาณของสภา ในปีงบประมาณ 2556 ยังไม่ได้ใช้ดำเนินโครงการใดๆ ที่ประชุมสภา จึงตกลงกันว่าจะจัดโครงการพัฒนาศักยภาพ โดยไปดูงานที่ มทร. ศรีวิชัย ที่มีสภาคณาจารย์อันเข้มแข็ง ดังบทความที่ผมได้เขียนไปก่อนนี้แล้ว นี่ก็ถือได้ว่าเป็นผลงานหนึ่งของเรา เพราะเราได้แนวคิดที่จะนำมาผลักดันแก้ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกันหลายเรื่องเลยทีเดียว

อย่างเช่น

เราน่าจะแก้ข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาคณบดี เพราะองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาคณบดีในข้อบังคับปัจจุบันนั้น ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากสภามหาวิทยาลัย 2 ท่าน อธิการบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย 1 ท่าน รวมเป็น 3 เสียงจากฝ่ายบริหาร และอีก 3 เสียงจากตัวแทนอาจารย์ในคณะ ดังนั้น ต่อให้อาจารย์ทั้ง 3 คน มีความเห็นจะเลือกคณบดีคนหนึ่ง แต่ฝ่ายบริหาร 3 คน เลือกอีกคนหนึ่ง คะแนนเสียงเท่ากัน ประธานกรรมการ ก็มีสิทธิออกเสียงอีกหนึ่งเสียง ฝ่ายบริหารก็ชนะอยู่ดี แบบนี้ก็เท่ากับคณบดีทั้งหลายในปัจจุบันก็มาจากการแต่งตั้ง แต่ว่าเรียกให้สวยหรูว่าการสรรหา ซึ่งย่อมไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการสรรหาคณบดีตามพระราชบัญญัติ

หรือจะเป็นเรื่องการหักเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนไปโป๊ะเพิ่มให้กับผู้บริหาร ได้ขึ้นเงินเดือนกัน 4 – 5 % ในขณะที่อาจารย์ระดับรากหญ้าทำงานป้อน KPI แต่ได้เงินเดือนขึ้นกัน 2.5 – 2.8

เรื่องการปิดหลักสูตรเทียบโอน ที่เคยเป็นจุดแข็งของ มทร. เมื่อเกณฑ์ สกอ. ทำให้เราเทียบโอนยาก ก็เลยปิดรับเสียเลย ทำให้แทนที่เราจะได้นักศึกษาที่มีพื้นฐานทักษะฝีมือแล้วมาต่อยอดวิชาการ กลับเป็นว่าเดี๋ยวนี้ลูกศิษย์เราวิชาการก็ไม่ได้ ฝีมือก็ไม่มี

และน่าจะมีการระบุไว้ในข้อบังคับที่ใดที่หนึ่ง ว่าคณะกรรมการสรรหาทั้งอธิการบดี และคณบดี ไม่ควรจะรับตำแหน่งใดๆ จากผู้ที่ตนสรรหามา เพราะมันเป็นการขัดหลักธรรมาภิบาลที่พวกเราต่างก็พูดพร่ำกันอยู่ทุกวันว่าเรายึดมั่นอย่างแน่นแฟ้น แต่พอสรรหาเขาเสร็จ ก็ไปเป็นรองคณบดี รองอธิการบดีให้เขา เหมือนเป็นรางวัลมาตรฐานที่บรรดากรรมการสรรหา จะต้องได้รับ

ถ้าข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ข้อที่ลองยกตัวอย่างมานี้ได้สำเร็จในยุคของสภาคณาจารย์ชุดที่ 3 นี้แล้วไซร้ ผมก็ถือว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์แล้วหละ

เพราะมันคงไม่ได้มาง่ายๆ

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร