อยุธยาไม่สิ้นคนดี

ขอบคุณภาพจาก thaimtb.com

สำนวนนี้คงใช้กันมาแต่โบราณ แน่นอน มีที่มาจากศึกรบกับพม่าครั้งเสียกรุง น่าจะเกิดจากผู้คนที่หมดอาลัยตายอยาก เห็นบ้านเมืองลุกเป็นไฟ เพราะคนในเมืองหลวงเป็นไส้ศึกหรือไม่ก็แก่งแย่งชิงดี กอบโกยสมบัติเข้าตัวเอง หาคนดีได้ยาก จนเมื่อมีวีรบุรุษมากอบกู้บ้านเมือง จึงเกิดคำนี้ขึ้น เพราะถ้าบ้านเมืองมีแต่คนดี คงไม่ต้องเอาประโยคนี้มารำพึงรำพัน
ในปัจจุบันทั้งในระดับบ้านเมือง ตลอดจนถึงแวดวงองค์กรต่างๆ รวมถึงสถานที่ที่ผมได้สัมผัส ก็กำลังจะต้องรำพึงประโยคนี้ หวังว่าจะมีคนดีเข้ามากอบกู้

แต่มันเป็นไปได้ยากยิ่งกว่าในสมัยโบราณมากมายนัก!!!

เพราะในสมัยก่อน เมื่อมีคนดีอาสามากอบกู้บ้านเมือง ก็จะมีประชาชนเข้ามาร่วมต่อสู้กับท่าน ยังมีทหารกล้ามากมายที่ยอมพลีชีพเพื่อบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่สมัยนี้พวกเราคงอยู่กันอย่างสบายจนเคยตัว เอาแค่ระดับองค์กร สมาชิกส่วนใหญ่ก็อยู่กันตัวใครตัวมัน การเมืองไม่ยุ่ง ใครจะมาบริหาร ใครจะมาหาประโยชน์ ฉันไม่เกี่ยว ขออย่างเดียวอย่ามาแตะผลประโยชน์พึงมีพืงได้ของฉัน เพราะอยู่อย่างนี้ฉันก็สบายของฉันอยู่แล้ว

หากมีใครหาญกล้าอาสามาแก้ไขสิ่งไม่ถูกทำนองคลองธรรม กลับกลายเป็นพวกนอกรีต พวกตะเข้ขวางคลอง พวกหน้ากากขาว หาได้รับแรงสนับสนุนจากประชาสังคมส่วนใหญ่ไม่

และที่แย่กว่าในอดีตก็คือ ศัตรูที่มาเผาวัดวาอารามลอกเอาทอง เอาทรัพย์สมบัติส่วนรวมไปเป็นของตัวเอง กลับไม่ใช่พม่ารามัญ แต่เป็นคนภายในกันเอง และประชาชนหรือชาวพนักงานในองค์กรก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาว เพราะเห็นว่าไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของตนเอง ใครจะมาเขมือบก็เอาไปเถิด

ดังนั้นสำนวนที่ว่าอยุธยายังไม่สิ้นคนดีนั้น คงใช้ไม่ได้กับยุคสมัยนี้เสียแล้ว เพราะไม่มีใครจะโหยหาคนดีแห่งศรีอยุธยา

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s