คำพิพากษาศาลปกครองกลาง

และแล้วเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษา คดีที่ผมฟ้องคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มทร. ธัญบุรี เนื่องจากผมได้สมัครรับการสรรหาเป็นคณบดีคณะดังกล่าวเป็นวาระที่ 2 หลังจากที่ได้เป็นคณบดีมาครบ 1 วาระ รวม 4 ปี และพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยฯ ได้กำหนดให้คณบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ผมจึงมีสิทธิที่จะสมัครเป็นคณบดีในวาระที่ 2

การสรรหาคณบดีครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2554 ผมเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียว เมื่ออ่านข้อบังคับของการสรรหาคณบดีแล้ว ผมก็อุ่นใจว่า อย่างไรเสียก็ต้องได้รับการสรรหาโดยคณะกรรมการ เพราะข้อบังคับเขียนว่า “ให้คณะกรรมการสรรหาฯ รวมรวมรายชื่อผู้สมัครและผู้ได้รับการเสนอชื่อ และพิจารณากลั่นกรองเพื่อให้ได้มาซื่งผู้ที่เหมาะสมไม่เกินกว่าสองรายชื่อแล้วจัดทำบัญชีรายชื่อตามลำดับตัวอักษร พร้อมประมวลประวัติ ฯลฯ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา” เมื่อผมเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียว และไม่มีผู้อื่นได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา คณะกรรมการฯ ก็ย่อมต้องเสนอชื่อผมให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณา

แต่การกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ก่อนการสรรหาในครั้งนี้ ได้มีรองอธิการบดีท่านหนึ่ง ได้ตั้งคำถามขึ้นในสภามหาวิทยาลัย เพื่อขอความชัดเจนว่า การให้เสนอรายชื่อไม่เกินกว่าสองรายชื่อนั้น หมายความว่าอย่างไร ซึ่งก็ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ให้คำตอบอย่างฉาดฉานว่า ก็สามารถส่ง 2 คน หรือ 1 คน หรือ 0 คน คืออย่าให้เกิน 2 คน ซึ่งเป็นการตีความตามตัวอักษร

ในขณะนั้นผมเป็นคณบดี และได้เข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตุการณ์ ได้ยินคำถามคำตอบกับหูตัวเองยังมิได้สังหรณ์ใจกระไรว่าการตั้งคำถามแบบนี้มีเจตนาจะส่ง 0 คน หรืออย่างไร

ในขณะเดียวกันได้เกิดมีบัตรสนเท่ห์ออกโจมตีผมโดยมีข้อความใส่ร้ายเสียหายหลายเรื่อง และปรากฎชื่อผู้คนที่ช่วยงานผมหลายคน รวมทั้งพิมพ์บทความที่ผมเขียนไว้ในบล๊อคที่ระบายความหงุดหงิดในการทำงานเอามาแจกจ่ายไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัย กระนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่าผู้บริหารระดับสูงหรือกรรมการสรรหาฯ จะนำเรื่องไร้สาระเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา หรือแม้แต่จะใส่ใจอ่าน

เพราะว่ามติคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 25 ธ.ค. 2541 กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับการร้องเรียนด้วยบัตรสนเท่ห์ สามารถนำมาสอบสวนในทางลับได้หากในเนื้อความปรากฎเบาะแสแน่ชัดหรือมีชื่อพยานบุคคลที่สามารถเรียกมาสอบถามได้ แต่กลับไม่มีใครมาถามผมสักคนว่าที่เขากล่าวหามานั้นเป็นความจริงหรือไม่ และผมมาทราบภายหลังว่า อธิการบดีได้อ่านบัตรสนเท่ห์แล้วจึงเกษียณสั่งการมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาฯ นำไปพิจารณา

ไม่ว่าใครจะอ้างว่าอย่างไร แต่สามัญสำนักคนธรรมดาทั่วไปก็ย่อมเข้าใจได้ว่าเป็นการสั่งให้ไม่เลือกนายคนนี้ เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งเขียนวิพากษ์วิจารณ์มหาลัย ทั้งถูกบัตรสนเท่ห์มีคนเกลียดชัง แต่เวลาไปต่อสู้ในศาล เขาก็ย่อมจะต้องบอกว่าให้เอาไปพิจารณา ไม่ได้สั่งให้ไม่เลือก กรรมการสรรหาฯ หลายท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ท่านก็มีวิจารณญาณของท่านเอง ท่านอาจจะไม่ได้เอาไปพิจารณาเลยก็ได้

ในส่วนของผมก็คงได้แต่เถียงอยู่บนบล๊อคนี้ ว่าผลการสรรหามันก็บอกอยู่ในตัวแล้ว สมัครคนเดียว คุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับ แต่ไม่ส่งให้สภาพิจารณา แปลว่าอะไร

การฟ้องศาลปกครองและคำพิพากษา

ดังนั้นผมจึงนำเอกสารทั้งหลายไปฟ้องต่อศาลปกครองกลาง โดยประเด็นอยู่ที่ข้อบังคับข้อ 8 ที่กรรมการสรรหาต้องหาคนไปให้สภาพิจารณา แต่กลับไม่ส่งใครไป ส่วนประเด็นบัตรสนเท่ห์ หรือเรื่องอื่นๆ ผมก็นำไปฟ้องศาลอาญาในคดีหมิ่นประมาท และคดีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157

ในที่สุดเวลาผ่านไปปีเศษเท่านั้น ศาลปกครองกลางได้ตัดสินว่าประกาศของคณะกรรมการสรรหาคณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนประกาศดังกล่าว และให้คณะกรรมการสรรหาฯ ไปประชุมพิจารณากันใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

คำว่าคดีถึงที่สุด ย่อมหมายความว่าถึงที่สุดที่ศาลปกครองสูงสุด นั่นคือเราต้องรอให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้องอุทธรณ์ต่อ แต่ไม่เป็นไร ผมไม่ได้ต้องการให้เขาเสนอชื่อผมให้สภาพิจารณาแล้ว แต่ผมเพียงต้องการให้ศาลตัดสินให้สังคมทราบว่า ส่งไม่เกิน 2 คน ไม่ได้หมายความว่าส่ง 0 คนก็ได้

อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ คำพิพากษาศาลปกครองกลาง

  1. BARA พูดว่า:

    ปัจจุบันเสียงของสังคมมักกลายเป็นเหมือนคำพิพากษาตัดสินถูกผิดอยู่เสมอ เป็นการตัดสินสิ่งที่เห็นตรงหน้าอย่างฉาบฉวยและมองอย่างผิวเผินโดยมิไดคำนึงถึงแก่นแท้

    หลายครั้งที่ยอมทำได้ทุกสิ่งเพื่อให้ได้มาเพื่อความชอบของตน แต่พอเป็นความจำเป็นของคนอื่นแล้ว สิ่งที่ต้องทำกลับกลายเป็นสิ่งท่น่าอาย

    เผอิญได้เข้ามาอ่านวันนี้ อาจจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ อย่างไรก็ขอเป็นกำลังใจหนึ่ง ให้เดินหน้าใช้ชีวิตในสิ่งที่เป็นตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อื่นตัดสินว่าเราเป็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s