นักศึกษาสมัยนี้เขาเรียนไปเพื่ออะไร

 

แน่นอน ใครๆ ก็รู้ เรียนมหาวิทยาลัยก็เพื่อจบไปทำงาน แต่ปัจจุบัน นักศึกษาเขาเรียนกันไม่เหมือนสมัยที่ผมเรียน ได้อ่านสถานะของเพื่อนอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วยกันในเฟสบุ้ค ก็ทำให้รู้ว่า ที่อื่นเขาก็เป็นเหมือนกัน

หลายครั้งรู้สึกว่าเขามาเรียนเพื่อได้เช็คชื่อเข้าชั้นเรียน ถ้าวันไหนสอนโดยไม่เช็คชื่อ ก็จะถูกทวงจากนักศึกษา แต่พอเขาเข้ามาเรียนแล้ว เขาก็ไม่สนใจจะฟังบรรยาย เวลาทำข้อสอบเขาก็ทำไม่ได้ อาจารย์ท่านอื่นๆ ก็บอกเหมือนกัน ว่าบอกข้อสอบก็แล้ว อธิบายเน้นก็แล้ว ว่าจะออกข้อสอบตรงไหน แต่ก็ทำไม่ได้

สมัยที่เราเรียน ทำข้อสอบแบบอัตนัย นั่งเขียนกันในห้องสอบจนไม่กินข้าวกลางวัน ขอสมุดเขียนตอบเพิ่มเป็นเล่มๆ แต่ลูกศิษย์ของเราเดี๋ยวนี้ ให้เขียนตอบแค่ย่อหน้าเดียว ยังไม่เขียน ส่งกระดาษเปล่าก็บ่อย เวลาออกข้อสอบก็เลยต้องออกแบบปรนัย คือให้เลือกข้อที่ถูก จับคู่ หรือถูกผิด อย่างน้อยเขาก็เดาๆ ตอบมา มีโอกาสได้คะแนนบ้าง

ไม่ใช่สมัยที่เราเรียนเราจะตั้งใจเรียนเสียทุกครั้ง ก็มีบ่อยที่เราโดดเรียน หรือเราเข้าไปก็ไม่ฟังอาจารย์พูด ฟังไปฟังมาก็ง่วงหลับ เป็นเรื่องธรรมดา อาจารย์ฝรั่งตอนเรียนเมืองนอกก็บรรยายแบบนี้ ผมก็นั่งหลับแบบห้ามตัวเองไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่จะต้องทำให้นักศึกษาไม่หลับ

อาจารย์บางท่านก็ใช้วิธีดุมากๆ พูดเสียงดัง น้ำเสียงน่ากลัว นักศึกษาไม่กล้าเกเร แต่อาจารย์แต่ละคนก็มีบุคลิกและวิธีการไม่เหมือนกัน สำหรับผม ถ้านักศึกษาจะนั่งหลับ หรือคุยกัน ผมก็ไม่สนใจ แต่อย่าคุยเสียงดังจนผมต้องตะเบ็งเสียงแข่ง เพราะผมถือว่าถ้าเข้ามาเรียนเอาความรู้ ก็ฟังไป เราก็สอดแทรกประสบการณ์ชีวิตและความรู้เรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ให้ด้วย แต่ถ้าเขามาเพื่อเช็คชื่อ แล้วก็นั่งอยู่ในห้องเพื่อรอเพื่อนๆ จะได้ออกไปกินข้าวพร้อมกัน ก็ไม่เป็นไร

ถามว่าคนที่ไม่ตั้งใจเรียน ได้คะแนนน้อยๆ พอออกไปทำงานแล้ว เขาแย่ไหม เขาตกงานไหม เขาทำงานแล้วล้มเหลวไหม อันนี้ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้ติดตามอนาคตของลูกศิษย์ แต่ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวกัน บางคนตอนเรียนไม่เอาไหน แต่ไปทำงานประสบความสำเร็จ บางคนเรียนเก่งมาก จบมาก็ไม่ได้ไปทำอะไร เพราะมีธุรกิจส่วนตัวที่บ้านอยู่แล้ว ชีวิตของผู้คนไม่แน่ไม่นอน

หลายๆ ครั้งผมเคยบ่นกับเพื่อนอาจารย์ว่า อย่างงี้ให้ปริญญาเขาไปเลย ให้จบๆ ไป ไม่เห็นต้องมานั่งเรียน เพราะมาเรียนก็ไม่เห็นสนใจเรียน แต่มันคงเป็นการปัดความรับผิดชอบในฐานะครูบาอาจารย์

อย่างน้อยการนั่งในห้องเรียน ได้ฟังอาจารย์พล่ามไปเรื่อยๆ ก็ทำให้เขาได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ หรืออย่างน้อยก็ได้พินิจพิเคราะห์ว่าอาจารย์คนนั้น เป็นคนอย่างไร ในอนาคตเขาจะได้ประเมินผู้คนที่เขาได้พบ ในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนต่อไป

การศึกษายุคใหม่ ที่เขาพูดถึงการปฏิรูปการศึกษา ที่มีคำว่า Student-Centered คือเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ คือให้ นศ. ได้มีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ใช่แค่นั่งฟังอย่างเดียว แต่สำหรับผม ถ้าให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ เขาคงบอกว่า ไม่ต้องเรียนได้ไหม ขอเกรดเลย

เพราะความรู้ทุกอย่าง เขาคิดว่าเขาหาได้จาก กูเกิ้ลวิทยา ค้นหาแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก็ได้ทุกอย่างที่อยากรู้ เด็กชั้นประถมทำการบ้านทุกวันนี้ ก็เปิดกูเกิ้ล แล้ว copy and paste ลง word ทำหน้าปกสวยๆ หน่อย ก็ส่งครูได้แล้ว

สังคมมนุษย์เราในอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมไม่กล้าคิด รู้แต่ว่าตอนนี้ ผมต้องไปหาข้อมูลเตรียมสอนก่อนละ ใน Google ไง

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ นักศึกษาสมัยนี้เขาเรียนไปเพื่ออะไร

  1. Saran Yuwanna (@nuisaran) พูดว่า:

    เป็นเหมือนกันทุกที่เลยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s