วิธีจัดประชุมวิชาการ

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้ไปร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ ที่จัดในประเทศไทย แล้วให้รู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่สามารถปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้

จริงๆ การจัดประชุมวิชาการที่มีผู้เข้าร่วมมาจากทั่วโลก แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ไม่ยากเกินไปหากมีการบริหารจัดการที่ดี และมีตัวผู้รับผิดชอบเป็น “แม่งาน” ชัดเจน แต่งานที่ผมพบว่ามีข้อผิดพลาดบกพร่อง รู้สึกจะเป็นงานที่เป็นแบบ “นายสั่งมา” โดยตัวแม่งานไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง

หลายๆ งานที่พานพบ กลับเป็นเพียงการ “สร้างภาพ” จัดงานเพื่อมีพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ ให้เจ้านายมาตัดผ้าแพร ถ่ายรูปให้เป็นข่าว แล้วก็แยกย้ายกลับไปเปิดงานอื่นต่อ ปล่อยให้งานที่อุตส่าห์เชิญฝรั่งมังค่ามาหลายคนให้เป็นไปอย่าง “ตามมีตามเกิด”

ถึงแม้ผู้จัดจะถูกนายทอดทิ้งปล่อยให้จัดไปตามมีตามเกิด แต่ถ้ามีแม่งานที่ชัดเจน ก็สามารถบริหารจัดการ ให้งานสำเร็จไปได้ด้วยดี ดังนั้นผมขอแบ่งปันประสบการณ์ในการจัดการประชุมวิชาการ เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดครั้งต่อๆ ไป ไม่ว่าใครจะจัดก็ตาม

Concept ของงาน

ผมไม่รู้จะใช้คำไทยว่าอะไรดีกับ concept คนจัดต้องรู้ว่านี่เรากำลังจะจัดงานอะไร ไม่ใช่นายบอกว่าปีนี้เราต้องเป็นเจ้าภาพจัดงานนานาชาติ แต่เป็นงานจับฉ่าย เอาทุกหัวข้อทุกสาขาวิชามารวมกัน แบบนี้ใครจะสนใจมาเข้าร่วม เพราะต้องนั่งฟังเรื่องที่เราไม่รู้ เรื่องที่เราไม่สนใจ ทั้งวันมีเรื่องที่ฟังรู้เรื่องอยู่เรื่องเดียว เรื่องอะไรจะยอมเสียค่าลงทะเบียนมาร่วม

ถ้าเป็นการประชุมวิชาการนานาชาติ ที่เขาจัดกันมาต่อเนื่องทุกปีแล้วยิ่งดี โดยหากเราขอเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปแล้วเขายินดีมาประชุมกันที่บ้านเรา เราก็ได้เป็นเจ้าภาพงานระดับอินเตอร์ ที่มีชื่อเป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้เข้าร่วมประชุม การเชื้อเชิญให้เขามาก็ง่ายขึ้นเยอะ

ส่วนถ้าเราอยากจะให้มีงานในระดับประเทศของเราเข้าร่วมประชุมพร้อมกัน ให้มีคนไทยมาร่วมมากๆ อยากจะแบ่งการประชุมส่วนหนึ่งให้ใช้ภาษาไทย เราก็ตั้งชื่องานขึ้นมาอีกงาน จัดพร้อมๆ กัน สถานที่เดียวกัน ในวันแรกอาจจะประชุมร่วมกัน แล้วค่อยแยกห้องจัดออกไปอีกห้อง อย่างเช่นเมื่อปี 2554 ผมไปประชุมวิชาการยีสต์ที่เม็กซิโก แต่เขาก็จัดงานประชุมด้านการใช้ประโยชน์ต้นอากาเว่ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้มีจำนวนคนเข้าประชุมมากๆ คุ้มค่าในการจ่ายค่าสถานที่และเหมาจัดเลี้ยงอาหาร

แต่ถ้าเป็นงานแบบนายสั่งมา อยากสร้างภาพความเป็นอินเตอร์ หรือมีงบจะต้องใช้ให้หมด ผมก็จนปัญญาที่จะช่วยคิด concept

ตั้งทีมคณะกรรมการ

จริงๆ ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพ กรรมการที่ตั้งมาควรเป็นคนที่ “แม่งาน” สั่งได้ เพราะถ้าเป็นกรรมการแบบมีวัยวุฒิเท่าเทียมกัน หรือมีอาวุโสกว่าแม่งาน ก็จะเกิดความเห็นแตกต่างไปหลายแบบ ยากแก่การสรุปผลและสั่งการ แต่กรรมการเหล่านั้นก็ควรตั้งไว้บ้าง เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วม หรือเป็นเกียรติเป็นศรีแก่คณะกรรมการ เวลาประกาศชื่อ Organizing Committee จะได้ดูดี หรือจะตั้งไว้เป็นแค่ Supervising Committee ก็ได้

หลังจากแบ่งงานตามเรื่องที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ค่อยแบ่งงานให้คณะกรรมการแต่ละคนไปทำ แต่ในที่สุด แม่งานก็ต้องตรวจสอบความเรียบร้อย หรือแม้จะต้องเอามาทำเองก็ต้องทำ เพราะกรรมการทั้งหลาย ถ้าไม่ใช่ลูกน้องเราจริง อย่าหวังว่าจะช่วยงานได้เต็มที่

เตรียมงานเบื้องต้น

ก่อนจะประกาศเชิญชวนชาวบ้านมาร่วมงานได้ เราต้องมีข้อมูลเบื้องต้นหลายอย่างที่จะต้องสรุปให้จบก่อนทำเว็บไซต์ เหล่านี้ได้แก่

  • ชื่องาน การตั้งชื่อนี่ก็ยาก ต้องให้ชัดเจนเฉพาะเจาะจงในวิชาการด้านนั้นๆ แต่ก็ต้องกว้างพอที่จะทำให้มีคนเข้าร่วมได้จำนวนพอที่จะจัดได้
  • วันเวลา ถ้าหวังจะได้คนยุโรปมาร่วม ก็ต้องเลือกเวลาที่เขาปิดเทอม ซึ่งประมาณปลายสิงหา ต้นกันยายน จำนวนวันก็ไม่ควรจะนานเกิน 4 วัน แต่ไม่ควรน้อยกว่า 3 วัน เพราะเขาเดินทางมาไกลก็ต้องได้เนื้อหากันไปบ้าง แต่ถ้านานเกินก็ทำให้เขาเสียงานที่โน่น พาลจะหนีกลับไปก่อนงานเลิก
  • สถานที่ ต้องติดต่อจองโรงแรมให้เรียบร้อย ก่อนจะประกาศไปว่าจัดที่โรงแรมนี้แน่ ไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะจะทำให้สับสน
  • ที่พัก ควรเป็นโรงแรมเดียวกับที่จัดประชุม โดยมีราคาค่าที่พักประกาศให้ชัดเจน และวิธีการจองห้องพัก เช่นติดต่อโดยตรงกับโรงแรม หรือสามารถจองผ่านเว็บไซต์ได้
  • อัตราค่าลงทะเบียน ทั้งอัตราก่อนและหลังเส้นตาย ควรเป็นสกุลเงินที่ใช้กันทั่วไปเช่น ยูโร หรือดอลล่า และค่าลงทะเบียนสำหรับผู้ติดตาม เพราะเขาอาจพาคู่สมรสมาเที่ยวด้วย
  • ชื่อ URL address ของเว็บไซต์ เวลาทำประกาศเป็นโปสเตอร์ หรือใบปลิว ต้องระบุเว็บไซต์การประชุมไปด้วย เพื่อให้ผู้คนเข้าไปหาข้อมูล
  • ชื่อหน่วยงานเจ้าภาพ บางทีมีมากกว่า 1 หน่วยงานก็ใส่ไป
  • รายชื่อคณะกรรมการ ทั้งกรรมการจัดงาน กรรมการที่ปรึกษานานาชาติ ต้องขออนุญาตเจ้าตัวว่าจะใช้ชื่อเขาเป็นกรรมการให้เรียบร้อย และตรวจสอบการสะกดชื่อให้ถูกต้อง ไม่งั้นอาจโดนโกรธเอาได้
  • หัวข้อย่อยของการประชุม ว่าจะแบ่งเป็นหัวข้ออะไรบ้าง เพื่อให้คนส่งบทคัดย่อได้เลือกถูกว่างานของเขาเหมาะสมกับหัวข้อใด
  • กำหนดการประชุมคร่าวๆ ถ้าจะเพิ่งเริ่มประกาศเชิญชวน อาจจะยังไม่มีชื่อเรื่องการบรรยายได้ครบทุกช่วง  แต่อย่างน้อยต้องเชิญผู้บรรยาย Plenary speaker และได้ชื่อเรื่องของเขามาแล้ว และทำกำหนดการประชุมแบบคร่าวๆ ไว้ก่อน แล้วจึงค่อยๆ เติมเรื่องที่ได้มาจาก abstract
  • เส้นตาย ในการลงทะเบียน และการส่งบทคัดย่อ ถ้าเลยเส้นตาย เราจะเก็บค่าลงทะเบียนแพงขึ้นนะ
  • ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เช่นวิธีการเดินทางจากสนามบิน อัตราแลกเปลี่ยน เวลาท้องถิ่น การท่องเที่ยว แพคเกจทัวร์ที่จัดให้ก่อนหรือหลังการประชุม และทัวร์สำหรับคู่สมรส
  • สปอนเซอร์ การจัดงานให้ใช้งบประมาณไม่บานปลายจำเป็นต้องมีสปอนเซอร์ จะขอเงินหรือขอการสนับสนุนอย่างอื่นต้องคุยให้เรียบร้อย และนำโลโก้ของสปอนเซอร์มาแสดงในเว็บไซต์ด้วย

การจัดทำเว็บไซต์

ปัจจุบันถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในช่วงก่อนการประชุม เพราะข้อมูลและการสื่อสารทุกอย่างต้องอาศัยเว็บไซต์ งานประชุมในปัจจุบันแทบไม่ต้องใช้แผ่นใบปลิวหรือหนังสือเชิญอีกต่อไป

แม้มีบริษัทรับทำเว็บไซต์อยู่มากมาย แต่มักมีราคาแพง และข้อมูลในเว็บ เมื่อได้จ้างให้เขาทำแล้ว ทางผู้จัดแทบจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เอง ต้องคอยส่งข้อมูลให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขให้ ทั้งนี้ในเว็บไซต์ต้องมีข้อมูลปรับเพิ่มตลอดเวลา จึงควรตกลงกับผู้รับทำให้เข้าใจกัน

นอกจากข้อมูลที่แจ้งให้ผู้อ่านทราบแล้ว ยังต้องมีระบบรับข้อมูลของผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ระบบการลงทะเบียนร่วมประชุม ให้ผู้ร่วมประชุมกรอกข้อมูลของตนเอง ต้องมีระบบจ่ายค่าลงทะเบียนผ่านเว็บ เช่นใช้ VISA หรือ Paypal เป็นต้น หรือให้ข้อมูลในการโอนเงินผ่านธนาคาร แต่ผู้เข้าประชุมต้องส่งเอกสารการโอนเงินมาอีกทำให้เพิ่มขั้นตอนการทำงาน ถ้าจ่ายออนไลน์ได้เลยยิ่งดี

นอกจากนั้นต้องมีระบบรับ abstract ไม่ใช่ให้ผู้เข้าประชุมต้องพิมพ์เป็นไฟล์ แล้วส่งให้ทางอีเมล์ เพราะการส่งทางเมล์ เขาจะส่งช้าจนพ้นกำหนดเขตการรับบทคัดย่อ ก็ยังดื้อจะส่ง แต่ถ้ามีระบบ หลังวันที่กำหนด เขาจะส่งไม่ได้ ทำให้เราบริหารจัดการได้ว่า ใครส่งหลังจากนี้เราไม่รับพิจารณา

นอกจากนั้นระบบส่ง abstract บางแห่ง ยังช่วย format ตัวบทคัดย่อให้มีรูปแบบตามที่ผู้จัดกำหนด เพราะมีแม่แบบไว้ บางระบบสามารถกำหนดให้ได้เลย ว่าส่วนไหน จะมี font ขนาดไหน ทำให้ผู้จัดนำมารวบรวมเข้าเล่มได้ง่าย ไม่ต้องมาคอยจัดรูปแบบให้อีก

เอกสาร

การประชุมต้องมีเอกสารประกอบการประชุมแจก บางการประชุมแจกเฉพาะเอกสารรวมบทคัดย่อ (Book of Abstracts) บางการประชุมแจกเล่มรวมเรื่องเต็ม (Proceedings) ในการจัดเตรียมเอกสารนี้ ต้องใช้คนที่มีความสามารถด้านการใช้ word processing อย่างสูง ในการที่จะจัดทำ table of content ทำ author index จัดหน้า จัดรูปเล่ม ทำภาพประกอบ กราฟฟิค ทำปก และต้องเผื่อเวลาให้เสร็จก่อนงาน ให้โรงพิมพ์มีเวลาพิมพ์ให้เสร็จทันงาน

นอกจากนั้นยังต้องเตรียมของที่ระลึก กระเป๋าหรือถุงใส่เอกสาร ป้ายห้อยคออีกด้วย

หน้างาน

เมื่อถึงวันงานต้องมีโต๊ะรับลงทะเบียนที่จัดแบ่งงานให้เจ้าหน้าที่ไว้อย่างดี ให้รับบริการแขกที่มาร่วมงานได้พร้อมๆ กันหลายคน ทั้งแจกกระเป๋าเอกสาร แจกป้ายห้อยคอ รับชำระเงิน และให้ข้อมูลต่างๆ อย่าให้เกิดการแออัดอันจะทำให้เกิดอารมณ์กันขึ้นได้

พิธีเปิด

บางงานก็เปิดกันง่ายๆ บางงานก็มีพิธีรีตองมหาศาล ก็ว่ากันไป ถ้างานที่มีผู้ใหญ่มาเปิดก็ต้องทำใจว่า แขกของเราเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ เขาจะต้องคอยอย่างไรก็ต้องทน เราอาจจะจัดการแสดงเล็กๆ น้อยๆ เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมของเรา ว่านี่เป็นการเปิดงานแล้ว หรือจะมีการกล่าวเป็นทางการของผู้หลักผู้ใหญ่ หรือจะมีดอกไม้ไฟ พลุ ยิงสลุดอึกทึก ก็แล้วแต่ว่าจะจ้างบริษัทออร์กาไนเซอร์มาหรือเปล่า เพราะบริษัทพวกนี้ถนัดจัดงานให้ยิ่งใหญ่ และใช้งบยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า แต่อย่างไรก็ขอให้ตรงเวลาเข้าไว้เป็นดีที่สุด เพราะเราจะต้องเข้าสู่หัวข้อการบรรยายต่อไป

ในห้องประชุม

มีจอให้ทั้งผู้บรรยายและประธาน

อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการประชุม ก็จะต้องมีจอ projector เพื่อฉาย powerpoint ให้นำเสนอกันได้ จอก็ต้องใหญ่พอให้คนในห้องประชุมได้ดูชัดๆ ต้องมีคอมพิวเตอร์สำหรับใช้เปิด powerpoint ถ้าจะให้ดีควรเป็นเครื่องที่มีคนดูแลควบคุมอยู่ด้านข้างเวที แล้วจัดจอไว้ให้ผู้บรรยาย พร้อมอุปกรณ์กดปุ่มเลื่อนภาพถอยหน้าถอยหลัง พร้อมตัวชี้ laser pointer

ในแต่ละช่วงการประชุมควรจะมี session-chair ที่คอยแนะนำผู้บรรยายคนต่อไป และคอยควบคุมเวลา ตลอดจนช่วงตั้งคำถาม หากไม่มีคำถามจากผู้ฟังเพื่อไม่ให้ผู้นำเสนอต้องขวยเขินที่ไม่มีใครสนใจถามเลย

เจ้าภาพจะต้องจัดที่นั่งแยกไว้ให้ประธานการนำเสนอดังกล่าว และต้องมีจอไว้ให้ท่านมองดู powerpoint โดยไม่ต้องหันหลังไปมองจอเดียวกับผู้ฟังด้านล่าง และมีกระดิ่งไว้ให้ท่านกดแจ้งเวลาให้กับผู้บรรยายเพื่อเตรียมสรุปให้จบทันเวลา

ต้องตกลงกับโรงแรมให้เรียบร้อยก่อนงาน ว่าให้ทำป้ายชื่อให้กับประธานการนำเสนอแต่ละช่วง เพื่อเป็นเกียรติกับท่าน และต้องคอยเปลี่ยนแก้วน้ำให้กับผู้บรรยาย โดยเฉพาะถ้าเป็นวิทยากรรับเชิญที่ต้องพูดนานๆ

นอกจากนั้นต้องจัดนักศึกษาหรือผู้ช่วยไว้คอยส่งไมโครโฟนให้กับผู้ฟังที่จะถามคำถาม การมัวรอส่งต่อไมโครโฟนจะทำให้การประชุมล่าช้าไปจากกำหนดเวลา

เมื่อเปลี่ยนผู้บรรยาย เจ้าหน้าที่จะต้องรีบเปลี่ยน powerpoint ให้ โดยไม่เสียเวลามัวโหลดไฟล์ใส่เครื่องให้คนทั้งห้องต้องนั่งรอ

การเสนอผลงานด้วยโปสเตอร์

หากเป็นการประชุมที่มีทั้งบรรยายและโปสเตอร์ ผู้จัดต้องจัดช่วงเวลาให้มีเวลาว่างให้ผู้ร่วมประชุมทั้งหมด ไปเดินอ่านโปสเตอร์ ต้องมีแผ่นบอร์ดติดโปสเตอร์ไว้ตามจำนวนเรื่องที่นำเสนอ มีไฟส่องสว่างและมีอุปกรณ์ช่วยติดโปสเตอร์ เช่นกระดาษกาว กรรไกร และต้องติดหมายเลขโปสเตอร์ไว้เพื่อให้ผู้เสนอได้นำมาติดได้ถูกที่ และผู้อ่านก็เดินหาอ่านได้ง่าย

กิจกรรมทางสังคม (Social activity)

การประชุมวิชาการแทบทุกครั้ง จะมีกิจกรรมทางสังคมรวมไว้ในค่าลงทะเบียน เช่นงานเลี้ยงต้อนรับแบบ Reception คือยืนรับประทานขนมขบเคี้ยว การจัดทัวร์เล็กๆ น้อยๆ ไปชมโรงงานหรือสถานที่น่าสนใจในเมืองที่จัดงานเพื่อให้แขกได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรม ส่วนงานเลี้ยงอาหารเย็นกาล่าดินเนอร์นั้น บางงานก็เก็บค่าร่วมงานแยกต่างหาก ไม่เป็นการบังคับ แต่ส่วนมากแขกก็จะจ่ายเงินเพื่อร่วมงานดังกล่าว

การตกลงกับโรงแรม

เป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่พิธีเปิดจะมีคนเข้าร่วมมากที่สุด และพิธีปิดจะเหลือคนอยู่ร่วมประชุมน้อยที่สุด

ผู้จัดที่ฉลาดต้องรู้จักเจรจากับโรงแรม ว่าถ้าจะใช้ห้องประชุมนั้น จำนวนคนน้อยที่สุดที่โรงแรมยอมรับได้คือเท่าไร ในวันเปิดงานอาจตกลงการันตีจำนวนแขกไว้มากกว่าวันสุดท้าย

ถ้าหากตกลงจำนวนแขกไว้เท่าเดิม เราต้องจ่ายเงินจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ถ้าเราลดจำนวนแขกในวันท้ายๆ ลงได้ เราจะไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาล เราจะเห็นขนมเบรคจำนวนมากวางทิ้งไว้ไม่มีคนกิน พนักงานต้องจัดใส่กล่องให้เจ้าภาพหิ้วกลับบ้านไปแจกยาม แจกลูก

การจ้าง

ถ้ามีงบประมาณ ก็น่าจะจ้างเอกชนให้มาช่วยทำงานบางเรื่อง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการจ้างบริษัทออร์กาไนเซอร์ เพราะส่วนมากบริษัทจะทำให้งานอลังการเกินความจำเป็นและใช้เงินของเราไปมากอย่างฟุ่มเฟือย

สิ่งที่เราต้องจ้าง ก็เช่นการแสดง แม้จะมาจากมหาวิทยาลัยของเรา แต่น้องๆ นาฏศิลป์ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ก็จ้างเขาไปเลย  จ้างตกแต่งเวที ดอกไม้ ป้ายฉาก ซึ่งถ้าเป็นงานสำคัญๆ ถ้าแค่ให้โรงแรมทำตัวหนังสือโฟม ก็ออกจะดูง่ายไปหน่อย จ้างทำเว็บ (แต่ผมใช้ wordpress เดี๋ยวนี้ไม่เสียเงินสักบาท) จ้างบริษัททัวร์จัดทริปพาแขกเที่ยว จากบริษัทจัดหาบอร์ดติดโปสเตอร์และนำมาติดตั้ง จ้างทำกระเป๋าเอกสาร จ้างคนช่วยทำรูปเล่มเอกสาร เป็นต้น

การสื่อสารกับผู้ร่วมประชุม

ทั้งก่อนงานและระหว่างการจัดงาน จะต้องมีวิธีการสื่อสารกัน ทั้งใช้อีเมล์ ซึ่งเป็นวิธีที่ฝรั่งยังให้ความเชื่อมั่นมากที่สุด ต้องมีคนคอยอ่านอีเมล์ และต้องตอบเมล์อย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง อาจไปเปิด facebook หรือ twitter แต่ผมพบว่านักวิชาการฝรั่ง ยังไม่ค่อยกล้าใช้กัน ส่วนมากจึงต้องตอบอีเมล์กันเป็นหลัก

ในระหว่างการประชุมก็ควรมีป้ายประชาสัมพันธ์เรื่องต่างๆ มี notice board ที่บางคนอาจจะขอฝากประชาสัมพันธ์งานในอนาคตที่เขาจะเป็นเจ้าภาพ มีการประกาศในห้องประชุมอย่างกระชับๆ อย่าให้โฆษกคุยนอกเรื่องมากนัก เพราะฝรั่งเขารีบร้อน เวลาของเขาต้องตรงเผง

เครื่องดื่ม

หลายๆ งานลืมเรื่องนี้ไป แต่การประชุมของกลุ่มที่ผมเคยไปร่วมประชุมกันอยู่นั้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องสำคัญมาก แบบที่ไม่มีใครกำหนดว่าต้องมี แต่ว่าต้องมี เพราะวัฒนธรรมตะวันตกนั้น รับประทานอาหารกับไวน์ ส่วนงานเราจะจัดให้ได้มากน้อยเพียงใดนั้นก็แล้วแต่เรา หรือจะระบุว่ามีจำหน่ายให้ซื้อเองก็ได้

แม้ว่าอาจารย์ของผมท่านบอกว่า

ถ้าเจอการประชุมที่จัดได้ไม่ค่อยเรียบร้อย แต่แค่อีก 2-3 ปี เราก็ลืมไปแล้ว อย่าไปหงุดหงิดกับมัน เอาสมองมาฟังเนื้อหาการบรรยายดีกว่า แต่ผมก็ยังคิดว่า ถ้าเราจัดงานได้ดี ก็จะเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมประชุม และผู้จัดก็จะได้รับความชื่นชมในระดับนานาชาติ มันก็ดีอยู่มิใช่หรือ

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ วิธีจัดประชุมวิชาการ

  1. นาย เทพพิทักษ์ กระแจะจันทร์ พูดว่า:

    ้้ผมคิดว่า เราไม่ควรที่จะทำคนเดียว เราต้องทำหลายๆคน เช่น คุณบอกว่าให้หาคนรับผิดชอบคนเดียวมันก็ไม่ได้ ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s