ประกวดเครือข่ายองค์ความรู้โอทอป 54

เมื่อปี 2551 ผมได้ร่วมงานกับกรมการพัฒนาชุมชน โดยเป็นกรรมการคัดสรรโอทอป ระดับประเทศ ประเภทอาหาร ซึ่งในปีก่อนๆ ทางกรม พช. ได้แบ่งงานให้กับหน่วยราชการพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับโอทอป หลายหน่วยงาน แต่ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งได้เข้าร่วมเป็นทีมงานหลักในปีนั้น โดยเราและ ม. พระนครเหนือ ร่วมกันดูแลเรื่องการคัดสรรผลิตภัณฑ์อาหาร ส่วนกรมอื่นๆ ก็คัดสรรผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่น อย. คัดสรรผลิตภัณฑ์สมุนไพร สมอ. ดูแลผลิตภัณฑ์ของใช้ กระทรวงพาณิชย์คัดสรรเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นต้น

อานิสงค์ของการเป็นหัวหน้าทีมจัดกรรมการคัดสรรโอทอป ทำให้ได้ร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆ ตามมา เช่นได้จัดทีมวิทยากรจัดอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอปให้กับ สมอ. เมื่อปี 2553 – 2554 หลายครั้ง

ต่อมาในปี 2553 ทาง พช. ได้เชิญประธานคณะทำงานแต่ละด้าน เข้ามาเป็นกรรมการพิจารณาการประกวดเครือข่ายองค์ความรู้โอทอป ซึ่งเป็นการประกวดผลการดำเนินงานของแต่ละจังหวัด ที่ตั้งคณะทำงาน KBO (Knowledge-based OTOP) เข้าไปพัฒนากลุ่มโอทอปในจังหวัด แล้วคัดเลือกกลุ่มผู้ประกอบการที่มีพัฒนาการที่เด่นที่สุด มาแข่งขันกันในระดับประเทศ

การประกวดเมื่อปี 2553 นั้น จัดที่เมืองทองธานี ในระหว่างการจัดงาน OTOP Mid-year ซึ่งคณะกรรมการ ต้องตะลุยฝ่าฝูงชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ไปเยี่ยมชมบูธของแต่ละจังหวัด พรัอมสัมภาษณ์และให้คะแนน

ในปี 2554 นี้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จึงจัดงาน OTOP city ไม่ทันในปีงบประมาณ แต่มีงบส่วนของการประกวด KBO จึงได้จัดงานขึ้นที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งมีลานเอนกประสงค์ภายในอาคารติดแอร์ ให้ทุกจังหวัดมาจัดบูธ จำหน่ายสินค้า และรับการตรวจประเมินจากคณะกรรมการ

เนื่องจากมีบูธของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศรวม 76 จังหวัด พช. จึงจัดกรรมการเป็น 2 ชุด แต่ละชุดตรวจเยี่ยมให้คะแนน 38 จังหวัด ใช้เวลาจังหวัดละ 10 นาที ภายใน 2 วัน จากนั้นกรรมการแต่ละชุด จะคัดเลือกมา 5 จังหวัด วันที่ 3 กรรมการแต่ละชุด จะไปเยี่ยม 5 จังหวัดที่อีกชุดหนึ่งคัดเลือกไว้ แล้วมาพิจารณาร่วมกัน จนได้รางวัลที่ 1 – 3 และที่เหลือ 7 จังหวัดเป็นรางวัลชมเชย

เกณฑ์การคัดเลือกของเรา ไม่ได้ให้คะแนนมากกับสินค้าที่สวยงามเลิศหรู หรือมีคุณภาพ 5 ดาว แต่เป็นการให้คะแนนการพัฒนาที่เกิดจากการจัดการความรู้ (KM) ที่แต่ละจังหวัดจะต้องมีเครือข่ายความร่วมมือทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ นักวิชาการ นักพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรม สาธารณสุข ที่มาช่วยกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากของเดิมให้ดีขึ้น

ในปีนี้ ผู้ได้รับรางวัลที่ 1 ได้แก่ จังหวัดยะลา ซึ่งได้นำเอาผ้าโบราณมาอนุรักษ์เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ได้แก่ ผ้าปะลางิง

รางวัลที่ 2 ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ ผ้าปูมท้องผ้า ซึ่งเป็นผ้าไหมที่พัฒนาลวดลาย

รางวัลที่ 3 ได้แก่ จังหวัดพะเยา กลุ่มบ้านถักทอ ที่พัฒนาตุ๊กตาไหมพรม ตั้งชื่อให้น่าสนใจ มีเสื้อผ้าให้เด็กๆ แต่งตัวให้ตุ๊กตา

ข้อสังเกตุที่ผมได้จากการทำงานนี้ คือได้เห็นว่า หน่วยงานราชการเรา มีงบประมาณมหาศาล ที่ทุ่มทุนไปเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องโอทอป ตั้งแต่งบที่ส่งไปทุกจังหวัด ให้จัดตั้งเครือข่าย KBO เข้าไปพัฒนากลุ่มโอทอป มาจนถึงงบในการจัดงานประกวด ที่จ้าง organizer มาตกแต่งสถานที่ สร้างบูธแสดงสินค้า 76 จังหวัด บูธขายสินค้าอื่นๆ ตอนเที่ยงและตอนเย็นมีวงดนตรีมาแสดงบนเวที พิธีเปิดและพิธีแจกรางวัล มีพิธีกร คุณบุ๋ม ปนัดดา ค่าตัวคงมหาศาล มีพนักงานคอยดูแลคณะกรรมการเป็นอย่างดี รู้สึกเป็นผู้มีเกียรติจริงๆ

ดังนั้นประชาชนที่ได้รับอานิสงค์จากโครงการนี้ น่าจะภาคภูมิใจ และตั้งใจพัฒนาคุณภาพสินค้าของกลุ่ม ให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s