ไปประชุมกับเขาทำไม

บางคนอาจจะตั้งคำถามในใจ ต้องเดินทางไปตั้งไกล เสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน ต้นสังกัดไม่มีงบให้ ต้องใช้เงินจากโครงการวิจัย ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ร่างกายต้องทรมาน กลางวันเป็นกลางคืน กลางคืนเป็นกลางวัน คนไทยคนอื่นไม่เห็นมีใครไป แล้วจะไปทำไม (วะ)

เลยต้องเท้าความไปถึงอดีต สมัยทำวิจัยปริญญาเอกเราทำวิจัย เราต้องเขียนวิทยานิพนธ์ เราต้องอ้างอิงงานวิจัยของคนอื่น เปรียบเทียบผล วิจารณ์ผลว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ตามงานวิจัยที่มีมาก่อนเราต้องค้นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ยิ่งค้นยิ่งเขียนเรายิ่งเจอชื่อคนที่ทำงานคล้ายๆ กับเรา หรืองานเขามีผลกระทบกับงานของเรา หรือได้ยืมวิธีการของเขามาใช้

พอได้มีโอกาสไปร่วมประชุมสักครั้ง ก็ได้ไปพบกับปรมาจารย์เหล่านั้นตัวเป็นๆ ได้เห็นวิธีการที่เขาแลกเปลี่ยนความคิด สร้างเครือข่าย เสนอผลงานของตัวเอง นอกเวลาประชุมก็มีการสังสรรค์กัน พูดคุยทักทายสนุกสนาน แนะนำกันให้รู้จักผู้คนมากขึ้นได้ไปฟังเขารายงานผลการวิจัย มันช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ว่าผู้คนเขาทำวิจัยเรื่องที่เราสนใจก็มีมาก เพียงแต่วัตถุดิบแตกต่างกัน ของเขาเป็นไวน์องุ่น เป็นเตกิล่า เป็นเบียร์ แต่ของเราเป็นข้าว น้ำตาลสด เพียงแต่ระบบการวิจัยในที่ทำงานเรามันสู้เขาไม่ได้ กลับมาแต่ละครั้งก็ว่าจะทำนั่นทำนี่ วิ่งหานิสิต ป. โท มาช่วยทำวิจัย แต่สักพักก็ไฟมอด ลูกศิษย์ก็หายากขึ้นทุกวัน

เสร็จแล้วพอไปประชุมกับเขา เขาก็จะประกาศว่าปีหน้าเราจะจัดประชุมกันที่ไหน ทำให้เราอยากจะไปร่วมอีก พอไปต่อๆ กันหลายปีเข้า เขาก็ให้เราร่วมเป็นกรรมการ เป็นผู้แทนนักวิจัยไทย ไม่นานเขาก็ยกให้เราเป็นเจ้าภาพจัดประชุมไปเมื่อปีที่แล้ว แล้วพอมาปีนี้ก็ได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการนานาชาติของการประชุม ได้ขึ้นไปทำหน้าที่ประธานร่วมดำเนินการเสนอผลงาน เป็นคนประกาศชื่อผุ้นำเสนอคนต่อไป

ปีหน้าก็จะได้เป็นประธานร่วมในช่วงประชุมย่อยเกี่ยวกับยีสต์ในอาหารหมัก ในการประชุมใหญด้านยีสต์ (Congress) ที่ Madison, USA ซึ่งต้องทำหน้าที่คัดเลือกวิทยากรรับเชิญ จัดหัวข้อการบรรยายในช่วงการประชุมย่อยนั้นแม้เป็นกรรมการแต่เราก็ต้องจ่ายค่าลงทะเบียน ค่าเดินทางเอง ยกเว้นว่าเจ้าภาพเขาจะเชิญเราไปบรรยายพิเศษ ซึ่งเรายังไม่สามารถขนาดนั้น แต่ปีนี้ก็ได้ลดค่าลงทะเบียนลงเหลือ 1 ใน 4

แต่ก็ยังคิดเป็นเงิน 3-4 พันบาทแล้วจะไปทำไมจะบอกว่า ก็ไปเที่ยวไง มันก็ไม่เชิง

ถ้าเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราต้องสร้างผลงานวิจัย แล้วเราก็ต้องตีพิมพ์ผลงานวิจัยนั้น เพื่อให้วิทยาการของมนุษย์ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ทำซ้ำกันไปซ้ำกันมา ไม่มีความคืบหน้าเพราะไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำไปถึงไหนกันแล้ว

ประชุมกรรมการยีสต์

แต่การตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ อาจจะยากสักหน่อย เพราะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ และงานวิจัยนั้นต้องมีคุณค่าพอที่บรรณาธิการเขาจะตอบรับ ถ้างานมันยังไม่เรียบร้อยดี แต่อยากจะไปบอกให้สังคมวิชาการเขารับทราบ เราก็ไปร่วมการประชุมวิชาการ นอกจากนั้นการฟังเขารายงานวิจัย เราอาจได้ดูภาพประกอบได้มากกว่าอ่านในวารสารที่มักจะลงแต่ข้อมูลกับตัวหนังสือ ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น และได้พบกับปรมาจารย์ตัวเป็นๆ  ได้ทราบว่าตอนนี้เขาทำอะไรกัน มีเทคนิคใหม่ๆ อะไรบ้างดังที่กล่าวมาแล้ว

อาจารย์ฝรั่งผม สอนไว้ว่า เราจะเติบโตก้าวหน้า เราต้องยอมลงทุน ผ่านไปหลายปี ตอนนี้ผมเริ่มได้ทุนคืนมาบ้าง ได้เป็นกรรมการนานาชาติ ได้เป็นผู้ตรวจงานวิจัยที่จะส่งตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ฯลฯทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลที่ไปทำไม

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Travel, Work และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ ไปประชุมกับเขาทำไม

  1. Pingback: ไม่ไปแล้ว…ประชุมวิชาการ | ดร. เจริญ เจริญชัย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s