โครงการตัดเย็บนักศึกษา

อ่านชื่อเรื่องอาจจะตกใจ ว่าเอานักศึกษาไปตัดเย็บอย่างไร แต่โครงการนี้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Taylor-made คือเวลาเราพูดถึงอะไรที่ออกแบบมาเฉพาะให้ใช้ได้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เราก็มักจะอ้างถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบเทเลอร์ คือไปให้ที่ร้านวัดตัวให้ แล้วก็ตัดให้พอดีกับผู้สวมใส่ ซึ่งจะได้เสื้อผ้าที่สวมได้พอดีกับทรวดทรงองค์เอว แตกต่างจากการซื้อเสื้อผ้าโหล ที่ตัดออกมาเป็นขนาด S M L ที่วางขายตามห้างต่างๆ ในปัจจุบันในการพัฒนาหลักสูตรของสถาบันการศึกษา จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของสถานประกอบการผู้ใช้บัณฑิต ที่ผ่านๆ มา ตัวแทนของสถานประกอบการมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บัณฑิตของเราที่เพิ่งเรียนจบไป ยังไม่สามารถทำงานได้ ทางบริษัทต้องนำบัณฑิตมาสอนงานอีกอย่างน้อย 6 เดือน จึงจะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดในฝั่งของนักการศึกษา ว่าการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันควรจะต้องปรับเปลี่ยนเป็นแบบ work-integrated learning คือการเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน โดยเริ่มจากสหกิจศึกษา ที่ให้นักศึกษาไปฝึกงานในสถานประกอบการตลอดภาคการศึกษา (4 เดือน) แทนที่จะไปฝึกงานในช่วงปิดเทอม (2 เดือน) เท่านั้น ซึ่งน่าจะพัฒนามาจากโครงการทวิภาคีของอาชีวศึกษา

แต่ในระหว่างที่ผมดำรงตำแหน่งบริหารอยู่นั้น ได้มีคณะอื่น ได้ทดลองริเริ่มการเรียนการสอนแบบ WIL โดยเทียบหน่วยกิตให้นักศึกษาในรายวิชาที่เทียบได้กับการทำงานจริง คือให้นักศึกษาไปทำงาน แล้วถือว่าได้เรียนรู้ในวิชานั้นๆ แต่นักศึกษาไม่ต้องมาเข้าเรียนในห้องเรียน ประจวบกับมีบริษัทเอกชนได้ประสานงานผ่านอาจารย์ท่านหนึ่งมาว่า อยากจะได้นักศึกษาไปฝึกงานระยะยาวเพื่อให้เขาสอนนักศึกษาให้ได้ความรู้และประสบการณ์ตามที่เขาต้องการ เพราะบริษัท มีระบบการสอนพนักงานอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องรอให้นักศึกษาจบ แล้วต้องมาเสียเวลาสอนงานอีก

ดังนั้นเราจึงทำโครงการนำร่องเพื่อส่งนักศึกษาเข้าฝึกงานแบบระยะยาว โดยตั้งชื่อโครงการว่า Taylor-made หรือ TM-15 โดยเราจัดตารางเรียนให้ในภาคการศึกษานั้น มีวิชาเรียนรวม 15 หน่วยกิต และแบ่งนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งไปทำงานและเรียนรู้เนื้อหาวิชาในบริษัท และอีกกลุ่มหนึ่งเรียนวิชาเดียวกันที่มหาวิทยาลัย

แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อนักศึกษาทำงานพร้อมกับเรียนที่บริษัทครบ 4 เดือนแล้ว ยังต้องทำงานต่อในภาคฤดูร้อนอีก 2 เดือน และจากนั้นก็ทำงานต่อในวิชาสหกิจศึกษาอีก 4 เดือน รวมเป็นเวลาที่อยู่ในบริษัททั้งหมด 10 เดือน

ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ก็เหลืออีกเพียงเดือนกว่าๆ ก็จะครบเวลา 10 เดือนนี้แล้ว นักศึกษาที่เป็นกลุ่มนำร่อง ก็ได้ทุ่มเทชีวิตและอนาคตของเขาให้กับโครงการนี้ จนได้รับคำชื่นชมจากบริษัททุกๆ แห่ง

แต่ดูเหมือนว่าโครงการนี้จะไม่ได้รับความสนใจใยดีจากทั้งอาจารย์ที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารระดับสูงสักเท่าไร

เพราะในมุมของอาจารย์ผู้สอน ก็จะต้องมีนักศึกษาบางส่วนหายไปจากห้องเรียน เพราะไปเรียนที่โรงงานแทน นอกจากอาจารย์จะต้องสอนแล้ว ยังต้องไปเยี่ยมเยียนดูแลนักศึกษาที่ไปอยู่ที่บริษัท ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นที่เบิกไม่ได้ เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้จัดงบประมาณพิเศษไว้ให้ แล้วยังเกี่ยวกับความรู้สึกที่ว่า “ฉันสอนไม่ดีหรือยังไง ถึงต้องไปให้บริษัทสอน”

ในแง่มุมของผู้บริหาร โครงการนี้ก็ไม่ได้เกิดจากความคิดหรือนโยบายของเจ้านาย แต่เกิดจากอาจารย์ตัวเล็กๆ ที่มานำเสนอแล้วคณบดีเอาด้วย ช่วยกันผลักดันอยู่สองสามคน ถ้าโครงการนี้ประสบความสำเร็จ เจ้านายตัวใหญ่ๆ ก็ไม่ได้เครดิตอะไร แถมยังอาจจะเสียหน้าซะอีก ที่ปล่อยให้ลูกน้องคิดอะไรเกินหน้าเกินตา ระบบราชการเมืองไทยไม่ชอบ bottom up แต่ชอบ top down มากกว่า

ที่ผมเขียนอย่างนี้ได้ เพราะได้พิจารณาคิดสระตะทบทวนกลับไปกลับมาแล้ว ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ได้รับการสนับสนุน ทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขี้หมูราขี้หมาแห้งเห็นประชาสัมพันธ์เอาไปตีข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ จนกระฉ่อน ถ้าเรื่องนี้เขาสนใจ คงได้เป็นข่าวใหญ่ไปแล้ว นั่นก็เพราะเขาไม่ชอบเรา งานของเราเขาก็ต้องไม่ชอบ ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันก็ขัดหูขัดตาเขาไปหมด

อย่างไรก็ตาม นักศึกษา TM-15 ชุดนำร่องนี้ ก็จะได้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศ ไม่ว่ารุ่นน้องรุ่นต่อๆ ไป จะได้เข้าร่วมโครงการนี้อีกหรือไม่ก็ตาม

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s