ขึ้นเงินเดือนแบบใหม่

การเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการโดยทั่วไป จะมีบัญชีเงินเดือนแบ่งเป็นระดับขั้น แต่ละปีข้าราชการทุกคนจะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนอย่างน้อย 1 ขั้น ส่วนผู้ที่มีผลงานดีเด่น ก็อาจจะได้เลื่อน 1.5 หรือ 2 ขั้น

ต่อมาในสมัยรัฐบาลทักษิณ เพื่อเร่งให้เงินงบประมาณได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วๆ จะได้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้มีการจับจ่ายใช้สอย ก็มีการเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นปีละ 2 ครั้ง คือครั้งแรกของปีงบประมาณในเดือนเมษายน และครั้งที่ 2 เมื่อสิ้นปีงบประมาณในเดือนตุลาคม

มองในแง่ผู้บริหาร ก็ต้องแบ่งการขึ้นขั้นเงินเดือนให้บุคลากรเป็น 2 ส่วน ถ้าต้องการให้ใครได้เงินเดือน 2 ขั้น ก็ต้องแบ่งให้ครั้งละ 1 ขั้น ถ้าจะให้ใคร 1 ขั้น ก็ต้องแบ่งให้ครั้งละ 0.5 ขั้น

ในระยะหลัง ตั้งแต่ปี 2548 – 49 ที่หน่วยงานที่ผมทำงานอยู่ มีฐานเงินเดือนเพียงพอที่จะเฉลี่ยให้ทุกคน ได้เงินเดือนขึ้นรวมปีละ 1.5 ขั้น เพราะมีข้าราชการลาไปเรียนต่อกันมาก ดังนั้นถ้าใครได้ทั้งปีรวม 1 ขั้น ก็จะรู้สึกเจ็บแค้น ว่าถูกผู้บริหารกลั่นแกล้ง เหมือนเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรี ทั้งๆ ที่การได้เลื่อนขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ก็เป็นการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามปกติ มิได้มีเหตุที่จะฟ้องร้องได้

แต่ก็มีข้าราชการบางคน ฟ้องต่อศาลปกครอง เมื่อได้รับการเลื่อนขั้นเพียง 1 ขั้น ต่อปี โดยอ้างว่าข้าราชการรายอื่น ที่มีผลงานเช่นเดียวกัน กลับได้เลื่อน 1.5 ขั้น จะเห็นได้ว่าการเลื่อนขั้นเงินเดือน เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงต่อผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง ทำดีก็แค่เสมอตัว (ให้ใครได้ขั้นเยอะ เขาก็บอกว่าเขาสมควรจะได้อยู่แล้ว แต่ถ้าให้ใครน้อย ก็จะถูกโกรธแค้นว่ามีอคติกับเขา)

ในการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ 1/2554 คือเมษายน 2554 นี้

ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ได้ถูกเปลี่ยนระบบเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นแบบเพิ่มเป็นร้อยละของค่าเฉลี่ยของฐานเงินเดือนในกลุ่มเดียวกัน ตัวอย่างเช่น นาย ก. มีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไม่ว่านาย ก. จะมีเงินเดือนเท่าไร แต่ฐานเงินเดือนเฉลี่ยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ เป็นเงิน สมมุติว่า 40,000 บาท ถ้าคณบดีของนาย ก. เลื่อนเงินเดือนให้ 2.5 % เขาก็จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 40,000 x 0.025 = 1,000 บาท ดังนั้นถ้านาย ก. มีเงินเดือนเดิมอยู่ 35,000 บาท ก็จะได้เงินเดือนใหม่เป็น 36,000 บาท

นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบอีก 5 % ดังนั้นนาย ก. จะได้เงินเดือน ณ วันที่ 1 เมษายน 2554 เป็นเงิน 37,800 บาท

ดังนั้นผู้บริหารมีบทบาทเป็นอย่างสูง ที่จะทำให้เงินเดือนของข้าราชการคนหนึ่ง เพิ่มขึ้นร้อยละเท่าไร ซึ่งจะเป็นตัวคูณ ที่จะนำไปเพิ่มให้อีกร้อยละ 5 ซึ่งจะมากจะน้อย อยู่ที่ได้ขึ้นเงินเดือนร้อยละเท่าไรด้วย

ขณะนี้มีความเหลื่อมล้ำในการขึ้นเงินเดือนเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะตัวเลขร้อยละที่ผู้บริหารจัดให้ สามารถแตกต่างกันได้หลากหลายระดับ (เช่น ร้อยละ 2.5, 2.6, 2.7, 2.9, 4.0) ในขณะที่การเลื่อนขั้นในอดีต สามารถแตกต่างกันเพียง 2 ระดับ (0.5 หรือ 1 ขั้น)

แม้จะคูณออกมาเป็นเงินที่แตกต่างกันไม่กี่สิบกี่ร้อยบาท แต่ก็มีผลต่อขวัญกำลังใจในการทำงานของผู้คน เพราะไม่ว่าจะมีวิธีการประเมินผลงานที่รัดกุมเพียงใด จิตใจของผู้คน ก็ยากที่จะยอมรับกับผลการประเมินของตนเองถ้าได้รับคะแนนต่ำ เพราะทุกคนก็คิดว่าตนทำงานอย่างเต็มที่กันทั้งสิ้น

หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็พอจะคาดเดาความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นได้ จึงได้กำหนดให้แจกผลการเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นรายบุคคล ใส่ซองปิดผนึกอย่างดี เพื่อไม่ให้สังคมได้นำอัตราร้อยละที่แต่ละคนได้รับ มาเปรียบเทียบกัน แต่ในระบบราชการ เรื่องที่พยายามปิด ก็จะมีคนที่พยายามไปหามาจนได้ แล้วยิ่งทำให้รู้สึกว่ามันต้องไม่ชอบมาพากล ถึงต้องปกปิดกันขนาดนี้

ความเห็นของผมในเรื่องนี้คิดว่า ถ้าผู้บริหารอยากจะทำงานให้ราบรื่น ก็ไม่น่าจะไปแบ่งแยกผู้คนออกเป็นหลายระดับ ถ้าจะให้รางวัลกับลูกน้องที่ตัวเองใช้งาน ก็น่าจะไปหาวิธีอื่น

พลาดแล้วพลาดเล่า เปิดหน้าให้คู่ต่อสู้ชกจนบวมเป่ง ก็ยังไม่รู้ว่ากำลังจะถูกกรรมการนับสิบ เฮ้อ!

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Work และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ ขึ้นเงินเดือนแบบใหม่

  1. นนทกร พูดว่า:

    ที่ทำงานใช้ระบบมองหน้าแล้วให้คะแนนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s