ตับอ่อนอักเสบ

เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2542 ผมป่วยเป็นตับอ่อนอักเสบ

มันเริ่มจากการดื่มเหล้า !!

ช่วงปลายปี 2541 เรามีงานกินเลี้ยงกันบ่อยมาก เมื่อวันที่ … ผมไปดื่มกับเพื่อนทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตอนกลางวันไปกินที่ร้านอาหารกับเพื่อนที่ทำงาน พอตกเย็นมีเพื่อนชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ไปอยู่เมืองนอกกลับมาเยี่ยมเมืองไทย ก็เลยนัดกันที่บ้าน ผมก็ซื้อกับแกล้มมามากมาย ส่วนมากเป็นของทอด พวกไก่ทอด

วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ก็ยังมีไก่ทอดเหลือก็เลยฟาดไปอีกเยอะ พอเช้าวันอาทิตย์ก็ปวดท้องมาก ปวดขนาดต้องนอนตัวงออยู่บนที่นอน ไปหาหมอที่คลีนิก เขาฉีดยาแก้ปวดให้ กลับมานอนต่อก็ไม่หายปวด ตอนเย็นเลยต้องไปโรงพยาบาล

มันปวดท้องจนความทรงจำในช่วงนั้นเป็นภาพเบลอ รู้ตัวว่าเขาเจาะเลือดไปตรวจ ในขณะที่เราต้องนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉิน หลังจากนั้นหมอก็เอาสายยางมาสอดเข้าไปในจมูก ย้อนเข้าไปถึงช่องท้อง มันทำให้อาหารในท้องที่มีเหลืออยู่พุ่งออกมาหมด แต่ก็ไม่รู้แล้วว่ามันเลอะเทอะหรือไม่อย่างไร แล้วใครเช็ด

แต่หมอก็สามารถบอกได้อย่างรวดเร็วว่าเราเป็นตับอ่อนอักเสบ ถามหมอว่าโรคนี้มันใช้เวลารักษากี่วัน แกก็บอกว่าประมาณ 7 วัน

ในระหว่างรออยู่ที่ห้องฉุกเฉิน เขาก็เริ่มสังเกตุว่าเราไม่มีฉี่ออกมาเลย รู้สึกว่าจะเกิดอาการไตวาย เขาก็เลยปั๊มน้ำเกลือเข้าสู่ร่างกายขนานใหญ่ เพื่อให้น้ำมันไปไล่ให้ไตทำงาน

หลังจากนั้นเขาก็รับเข้ารักษาในโรงพยาบาล ที่เรียกกันว่า admit ไปอยู่ห้องพิเศษรวม ที่มี 3 เตียง จากนั้นเขาก็เข็นลงจากห้อง ไปตรวจโน่นตรวจนี่ เริ่มจากไปห้องอัลตราซาวน์ ฟังคุณหมอคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่พอรู้ว่าถ้าจะให้แน่ต้องไปเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งปกติต้องคอยคิวยาว แต่นี่เป็นคดีด่วน จึงได้คิวไปตรวจ

เข้าไปในห้องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องขนาดใหญ่ เหมือนอุโมงค์ เราต้องนอนบนที่นอนที่เข็นเข้าไปในอุโมงค์นี้ แล้วเจ้าหน้าที่ก็หลบไปอยู่ในห้องควบคุม แล้วก็สั่งมาทางลำโพง ว่า เอาละผมจะถ่ายภาพคุณแล้ว ให้กลั้นหายใจ เพื่อให้ช่องท้องมันนิ่ง

ตั้งแต่ก่อนลงไปเอกซ์เรย์ ผมก็รู้สึกอยู่แล้วว่ามันหายใจไม่ค่อยสะดวก นึกว่าเป็นโรคปอดอักเสบที่เคยเป็นอยู่บ่อยๆ นึกว่ามีเสมหะอยู่ในคอ พอเขาให้หยุดหายใจก็ทำได้ แต่พอเขาบอกว่าหายใจได้ มันกลับหายใจไม่ได้ ! มันทรมานมาก กำลังผะงาบๆ เพื่อเอาอากาศเข้าปอด เขาก็สั่งอีกแล้วว่าให้กลั้นหายใจ

โอ๊ย พอเสร็จ มันก็ยังหายใจแทบไม่ออก พนักงานก็เข็นเตียงออกมา รอเข้าคิวขึ้นลิฟต์กลับไปห้องพัก เราก็เป็นผู้ดี อดทนรอ ไม่ปริปากใดๆ กับคนเข็นรถ ว่าผมกำลังจะตายคารถเข็นของคุณถ้าคุณมัวแต่รอลิฟต์อยู่อย่างงี้

พอถึงห้องพักมีภรรยากับเพื่อนๆ อยู่ ก็รีบขอกระดาษกับปากกา เขียนบอกเขา เพราะไม่สามารถพูดได้แล้ว หลังจากนั้นพยาบาลรีบเอาหน้ากากออกซิเจนพร้อมพ่นยาขยายหลอดลมให้

Cutdown

อยู่ๆ หมอก็มาบอกว่าจะขอทำ cutdown มันคืออะไรก็ไม่รู้ แต่คนที่รู้เขาก็ทำหน้าโอ้โห จะขนาดนั้นเชียวเหรอ แล้วหมอก็ลงมือฉีดยาชาที่แขน ตรงข้อพับแขนซ้าย แล้วก็เอามีดผ่าเข้าไป แต่ผมก็ไม่ได้มองว่าทำอะไรมั่ง ทราบแค่ว่าเค้าตัดเส้นเลือดที่แขน เอาสายน้ำเกลือสอดเข้าไปได้ถึงหัวใจ แล้วเขาก็เหลือสายน้ำเกลือมัดไว้ เวลาเขามาตรวจ ก็จะยกสายสองเส้น มาดูระดับน้ำ เพื่อเขาจะได้ปรับน้ำเกลือให้เหมาะสม ก็เป็นเรื่องของหมอเค้า แต่ผลก็คือเส้นเลือดเส้นนี้ก็จะไม่ได้ใช้อีกต่อไป

เข้าไอซียู

เมื่อเห็นท่าอาการจะหนัก ต้องคอยเรียกพยาบาลวิ่งมาพ่นออกซิเจน หมอก็เลยให้ไปอยู่ห้องไอซียู

ในห้องนี้มีแต่คนไข้อาการเพียบ แต่ว่าทุกอย่างสะดวกสบาย แอร์เย็นฉ่ำ เตียงปรับได้ มีอุปกรณ์ไฮเทคครบครัน ที่ปลายนิ้วมือต้องมีกิ๊บหนีบผ้า หนีบไว้อันนึง คอยส่งแสงสีแดง วัดออกซิเจนในเลือดว่าเพียงพอ ถ้าช่วงไหนที่ไอมากๆ มันก็จะร้องเตือนบี๊บๆๆ เพราะออกซิเจนลดต่ำเกินไปเพราะมัวแต่ไอ ไม่ได้หายใจ แต่ละวันพยาบาลก็จะมาเช็ดตัว อาบน้ำให้บนเตียง ทาแป้งหอมฉุยรอญาติมาเยี่ยม เพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมก็ได้แต่ดูอยู่ที่กระจก เห็นคนไข้ยกนิ้วที่มีกิ๊บสีแดงโบกทักทาย ก็ใจชื้นว่ามันยังไม่ตาย

ตอนนี้ทวารทั้ง 3 มีสายยางสอดอยู่ครบถ้วน ทั้งทวารหนัก ทวารเบา และทวารจมูก ขาดแต่ปากยังไม่มีอะไรสอด แต่ก็หวุดหวิดไป หมอมาถามว่าไหวไหม หมอจะใส่เครื่องช่วยหายใจ ไอ้เราเป็นคนไข้ จะไปรู้อะไรว่าไหวหรือไม่ไหว รู้แต่ว่านอนปวดท้อง ดมออกซิเจน ถูกเจาะนิ้วไปตรวจเลือดทุกไม่กี่ชั่วโมง มีสายเสียบทวาร ที่แขนมีเข็มน้ำเกลือทิ่มอยู่ แล้วก็นอนเบลอๆ เพราะคอยขอยาแก้ปวด ที่พอเขาฉีดแล้วมันเหมือนได้ล่องลอยไปบนสวรรค์ อาการปวดก็บรรเทา สติสัมปชัญญะก็ลดการรับรู้ เพราะมันเป็นยาประเภทมอร์ฟีน ใครมาเยี่ยมมาหาก็ไม่สนใจแล้ว จะขอเสพความสุขนี้ก่อน

โชคดีที่หมอเห็นว่าคนไข้ไม่ยี่หระ ก็เลยเปลี่ยนใจ ถึงกับเอียงที่นอนลงเตรียมสอดท่อเข้าคอแล้ว กลับยกเตียงขึ้นมาใหม่ ใช้วิธีพ่นยาไล่น้ำออกจากปอดไปเรื่อยๆ ไม่ต้องทรมานกับเครื่องนี้ ที่ผมได้มาเห็นในคอคนอื่นทีหลัง ช่างน่าเวทนานัก

ย้ายโรงพยาบาล

อาการมันหนักมาก ขนาดหมอบอกกับครอบครัวว่าให้ทำใจได้แล้ว เกณฑ์ของโรคนี้มันมีอยู่ 5 ข้อ คนไข้คนนี้มีอยู่ 4 ข้อ ขาดอยู่ข้อเดียวคืออายุยังไม่เกิน 35

ดูสายระโยงระยางสิ

พอคุณแม่ได้ยิน ก็โมโหมาก จริงๆ หมอเขาก็ต้องพูดเผื่อไว้ก่อน แต่เราก็ไม่สนใจแล้ว ติดต่อให้หมอที่จุฬา ซึ่งเป็นลูกชายคุณป้าผม จัดเตียงที่จุฬาไว้ให้ แต่หมอที่จุฬา ที่เป็นเจ้าของไข้ผม ก็ยอมรับว่า ที่ รพ. แรก เขาช่วยชีวิตผมไว้

พอย้ายมาที่ใหม่ เขาก็ต้องจับเข้าห้องไอซียูไว้ก่อน ผมก็เลยได้นอนไอซียูอีกสองสามวัน รวมๆ แล้วก็ไม่กี่วัน แต่ผมรู้สึกเหมือนมันนานมาก เพราะแต่ละวัน เราหลับๆ ตื่นๆ ไม่รู้เวล่ำเวลา ไม่ได้กินอาหารเลย เพราะโรคนี้ต้องงดน้ำงดอาหาร ทรมานตรงอยากดื่มน้ำ จริงๆ เราไม่กระหายเพราะมีน้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดตลอดเวลา แต่เราเคยชินว่าต้องดื่มน้ำ เมื่อไม่มีเวลามื้ออาหาร เราก็เลยไม่รู้ว่าเราอยู่ในนั้นกี่คืนกี่วัน ตอนไหนกลางคืน ตอนไหนกลางวัน เพราะมันสว่างตลอดเวลา

เบาหวาน

เมื่ออาการค่อยยังชั่วก็ได้ย้ายไปอยู่ห้องพิเศษ ต้องรักษากันนานเลยต้องยกทีวีไปดูด้วย เพราะห้องนี้ไม่มีทีวีให้ แต่ละวันเปิดแต่รายการสอนทำอาหาร แต่คนไข้เจ้าของห้องกินอะไรไม่ได้ คนมาเยี่ยมก็ปอกส้ม ปอกแอปเปิ้ลกินกันเพลิดเพลิน กลิ่นต่างๆ มันช่างทำร้ายจิตใจเหลือเกิน

สรุปอาการและการรักษา

ตับอ่อนอักเสบ เกิดจากเมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมากๆ มันไปกระตุ้นทำให้ท่อน้ำย่อยหดตัว น้ำย่อยล้นออกมาจากตัวตับอ่อน เป็นน้ำย่อยที่ย่อยแป้งและโปรตีน เวลาตรวจว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ ก็ตรวจเลือดหา Amylase เมื่อน้ำย่อยทั้งหลายรั่วออกมา ก็ย่อยอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้อง ทำให้เกิดเป็นน้ำเลือดคั่งอยู่ การรักษาก็ให้อวัยวะพวกนี้ได้พัก โดยงดน้ำงดอาหาร ให้อาหารทางน้ำเกลือ และระยะหลังต้องให้อินซูลินด้วย เพราะตับอ่อนไม่ทำงาน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงมาก

นอกจากนั้นต้องคอยดูอาการว่าเลือดที่คั่งอยู่ได้ระบายออกจากช่องท้องโดยช่องที่เจาะไว้ดีหรือไม่ มีเลือดไปรวมกันเกิดเป็นซิสต์หรือไม่ ถ้ามีซิสต์เกิดขึ้นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ก็โชคดีที่เลือดในท้องมันระบายออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็ได้กลับบ้าน รวมเวลาในโรงพยาบาล หนึ่งเดือนเต็ม น้ำหนักลดลงหลายกิโล

แต่หลังจากนั้นผมต้องเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากตับอ่อนถูกทำลาย และพบว่ามีกรรมพันธุ์ของโรคนี้ โดยหมอได้นำเลือดไปตรวจหายีน และพบว่ามียีนเบาหวานอยู่ ปัจจุบันจึงต้องฉีดอินซูลิน เช้าและเย็น และควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แต่ก็ไม่สามารถทำได้เต็มที่ จนมีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูงตามมา

ก็หวังแค่มีอายุอยู่ยืนยาวพอได้เห็นลูกเต้าเรียนจบมีงานทำ

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Life และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ ตับอ่อนอักเสบ

  1. Sine พูดว่า:

    รักษาสุขภาพนะคะ อาจารย์

  2. พลเดช ดีประทีป (เกร็ง 15) พูดว่า:

    ใช้ความรู้ดูแลตัวเองให้ดีนะพี่กบ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s