หลักการร้องเพลงสำหรับผู้บริหาร

เขียนเมื่อ พ.ศ. 2540 สำหรับ รมส. 12

ในชีวิตการทำงานของผู้บริหารนั้น ท่านจะต้องมีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยง งานสังสรรค์และพิธีการต่างๆ เช่นงานแต่งงาน งานเลี้ยงต้อนรับ เลี้ยงส่ง งานวันขึ้นปีใหม่ งานเลี้ยงสัมมนา ฯลฯ งานเหล่านี้มักจะมีดนตรีประกอบให้ความบันเทิงในงาน อาจจะเป็นวงดนตรีวงใหญ่ ที่มีนักดนตรีหลายๆ คน หรือวงดนตรีขนาดจิ๋ว มีเพียงอิเลคโทนตัวเดียว และในเมื่อท่านไปร่วมงานในฐานะแขกผู้มีเกียรติ ท่านก็อาจจะได้รับเชิญขึ้นไปร้องเพลง เนื่องจากเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันทั่วไป ถือว่าผู้เชิญได้ให้เกียรติผู้ร้อง และผู้ร้องให้เกียรติเจ้าภาพ บางครั้งมีนักร้องรับเชิญมากมาย จนนักร้องอาชีพที่จ้างมา ไม่มีโอกาสได้ร้อง แม้ว่านักร้องรับเชิญท่านแล้วท่านเล่าที่ขึ้นไปเปล่งเสียง ไม่ได้มีจังหวะจะโคน ร้องเพี้ยน ร้องคร่อม เสียงแหบ เสียงแตก แต่ผู้ฟังก็ยังสนุก เนื่องจากผู้ร้องเป็นคนที่รู้จักมักคุ้น บางท่านได้รับเชิญขึ้นมา ก็แสดงอาการเขินอาย เรียกให้คนอื่นมาร้องแทน หรือยืนนึกเพลงอยู่บนเวทีเป็นนาน บางครั้งอาจทำให้ผู้ฟังที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจเกิดความเบื่อหน่ายรำคาญ บ้างก็ลุกออกไปเข้าห้องน้ำ สูบบุหรี่ หรือไม่ก็กลับบ้านไปเลย ดังนั้นหากผู้บริหารได้ฝึกทักษะการร้องเพลงไว้บ้าง โดยที่ท่านสามารถร้องเพลงได้ถูกทำนอง เข้าจังหวะ น้ำเสียงหนักแน่น ไพเราะน่าฟัง ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มบรรยากาศในงานให้ดีขึ้น และยังเป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับท่านด้วย เพราะการร้องเพลงได้อย่างไม่เคอะเขิน จะแสดงถึงความมั่นใจ ความมีมนุษยสัมพันธ์ และการเตรียมพร้อม ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของผู้นำที่ดี

การร้องเพลงได้ถูกต้อง เราต้องทำความรู้จักกับส่วนประกอบต่างๆ ของดนตรี ได้แก่ ลักษณะวงดนตรี หลักการของดนตรีสากล และการเปล่งเสียงร้องที่ถูกต้อง ผู้เขียนจึงขอแนะนำเป็นส่วนๆ ดังจะกล่าวต่อไป

วงดนตรี

โดยทั่วไป วงดนตรีจะประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเคาะจังหวะ และเครื่องดนตรีที่ให้เสียงทำนองและเสียงประสาน วงดนตรีมาตรฐานที่เล่นตามงานทั่วไป มักประกอบด้วย กลองชุด เบส กีตาร์ และเปียโน หรือเครื่องดนตรีประเภทแป้นนิ้ว (คีย์บอร์ด) และอาจมีเครื่องเสริมเช่น เครื่องเป่า ได้แก่ ทรัมเปท แซกโซโฟน เครื่องสี เช่น ไวโอลิน หรืออาจมีการผสมปนเป แล้วแต่จะจัด หน้าที่หลักของเครื่องดนตรีคือ ให้จังหวะ ให้เสียงประสาน อันประกอบด้วยเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงสูง และให้ทำนอง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องดนตรีอิเลกโทรนิกส์ขึ้นมา เพื่อให้ทำหน้าที่แทนนักดนตรีทั้งวง เช่นเครื่องทำจังหวะกลอง หรือการใช้คอมพิวเตอร์อัดโน้ตดนตรี ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ นี้ ทำให้เกิดปัญหากับนักร้องสมัครเล่น เพราะดนตรีจะไม่สามารถแก้จังหวะได้ ถ้านักร้อง ร้องคร่อม ดนตรีจะไม่รอ ดังนั้นท่านต้องระมัดระวัง เมื่อต้องร้องกับดนตรีแบบนี้ ทางที่ดี ควรซ้อมกับดนตรีไว้ก่อน

จังหวะเพลง

เพลงไทยที่นิยมร้องกันในงานบันเทิงต่างๆ จะยึดหลักดนตรีสากล แบ่งเป็น 2 แบบ คือ จังหวะ 4/4 คือมี 4 จังหวะต่อ 1 ห้อง ได้แก่เพลงในจังหวะ บีกิน สโลว์ ชาชาช่า และป๊อบแบบต่างๆ และ 3/4 หรือ 3 จังหวะ ต่อ 1 ห้อง ได้แก่เพลงในจังหวะ วอลซ์ ดังนั้นเราต้องรู้จังหวะเพลงที่จะร้อง และร้องให้เข้าจังหวะ การจัดจังหวะเพลงนั้น อาศัยความรู้สึกของแต่ละคน แต่มีหลักคือ จังหวะที่เน้นเสียงหนักของเนื้อเพลง มักจะเป็นจังหวะที่ 1 ของห้อง เมื่อขึ้นเพลง นักดนตรีจะขึ้นด้วย อินโทร ซึ่งมักจะคล้ายๆ กับทำนองของเพลงนั้น ท่านก็คอยจับจังหวะหนักของเพลงเพื่อจะได้ขึ้นเพลงได้ถูก เช่น ตัวอย่างที่ 1 และ 2

ตัวอย่างที่ 1 เพลงจงรัก จังหวะ 4/4
โปรดอย่าถาม (2 3) ว่าฉันเป็นใคร (2 3) เมื่อในอดีต (2 3 4 1 2 3)
และโปรดอย่าถาม (2 3) ว่าอดีต (2 3) ฉันเคยรักใคร

ในตัวอย่างนี้ ตัวอักษรหนา เป็นจังหวะที่ 1 และเราอาจนับจังหวะไว้ในใจ (ตัวเลขในวงเล็บ) ก่อนที่จะร้องคำต่อไป

ตัวอย่างที่ 2 เพลงเชียงรายรำลึก จังหวะ 3/4
ณ ราตรีหนึ่ง (2 3) ซึ่งยังฝังใจ (2 3) เชียงรายฟ้าแจ่ม (2 3 1 2)
คืนนั้นวาวแวม (2 3) ด้วยแสงจันทรา (2 3) นภาสดใส

หมายเหตุ ตัวอักษรตัวหนาคือจังหวะที่ 1 เช่นเดียวกับตัวอย่างแรก แต่ในเพลงนี้เรานับ 1 2 3 แทนที่จะนับ 1 2 3 4

คีย์

คือบันไดเสียงที่เพลงนั้นใช้ ในทางดนตรีสากล โน้ตทุกตัว จะมีอักษรประจำ
โด – C
เร – D
มี – E
ฟา – F
ซอล – G
ลา – A
ที – B

แล้วก็ยังมีชาร์ปและแฟลต เช่น Eb คือคีย์ อีแฟลต

โน้ตทุกตัวเหล่านี้ สามารถเป็นโน้ตหลักของบันไดเสียง (Scale) เช่น บันไดเสียง C major จะมีโน้ต C เป็นโน้ตหลัก (โน้ตตัวแรกของบันไดเสียง) การร้องเพลงในคีย์ใดๆ ก็คือเพลงนั้นมีโน้ตอยู่ในบันไดเสียงนั้นๆ เสียงของแต่ละคนมีช่วงสูงต่ำ ต่างกัน จึงร้องเพลงคีย์ต่างกัน โดยเฉพาะหญิง ชาย จะร้องเพลงเดียวกันด้วยคีย์ต่างกัน ดังนั้นเพลงคู่ จึงต้องเลือกคีย์กลางๆ ที่จะร้องได้ทั้งชายและหญิง โดยที่ชายก็ไม่ต้องร้องต่ำเกินไป หญิงก็ไม่ต้องร้องสูงเกินไป

นักดนตรีส่วนมากตามงานเลี้ยง จะไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเลือกคีย์ให้เหมาะสมกับผู้ร้อง ถ้าขึ้นคีย์ผิด คือต่ำไป หรือสูงไป จะทำให้เหมือนนักร้องนั้น ไม่มีความสามารถ ถ้าคีย์ต่ำไปเสียงก็ไม่สดใสชัดเจน ไม่สามารถเปล่งเสียงได้เต็มที่ ถ้าสูงไปร้องไม่ถึง เสียงเหมือนคนตะโกน บ้างก็ร้องหลบเสียงไปเลย ดังนั้น ท่านจึงควรทดสอบเพลงที่จะร้องกับนักดนตรีไว้ก่อน แล้วถามคีย์ไว้ ในครั้งต่อไปก็จะสามารถบอกคีย์ให้กับนักดนตรีเล่นได้ถูกต้อง ถ้าไม่ทราบคีย์ ก็ควรร้องท่อนแรกให้นักดนตรีฟัง เพื่อเทียบเสียง แต่วิธีนี้มักมีปัญหา คือตอนลองเสียง เราจะร้องคีย์หนึ่ง เนื่องจากพยายามร้องเบาๆ กลัวแขกข้างล่างจะได้ยิน เมื่อขึ้นเพลงจริงๆ กลับร้องอีกคีย์หนึ่ง วิธีนี้จึงไม่ได้ผลเสมอไป

ถ้าท่านร้องกับคอมพิวเตอร์คาราโอเกะ ท่านสามารถบอกคนคุมเครื่อง ให้ทดคีย์ให้ต่ำลงได้ ถ้าหากท่านร้องไม่ถึง เพราะโปรแกรมคาราโอเกะ จะสามารถปรับคีย์ดนตรีได้ โดยไม่กระทบกับจังหวะความเร็วของดนตรี

หวังว่าครั้งต่อไป ท่านจะร้องเพลงในงานเลี้ยงได้อย่างมั่นใจ และสนุกสนาน

เกี่ยวกับ drcharoen

Professor
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Music และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s